สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ของสระมุจลินท์!

ฝึกจิต

ในสัปดาห์นี้ ผู้เขียนเดินทางกลับมาสู่แดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย เนื่องจากมีคณะศรัทธาปรารภว่า ต้องการไปสักการะ “สัตตมหาสถาน” แห่งที่ 6 คือ “สระมุจลินท์” พร้อมทั้งไปไหว้พญานาคมุจลินท์!

หลังการตรัสรู้ที่พุทธคยา พระพุทธเจ้าทรงเสวยวิมุตติสุขต่อเนื่องเป็นเวลา 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละสถานที่ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนอยู่ไม่ไกลจากต้นพระศรีมหาโพธิ ที่พระองค์ได้ตรัสรู้

ที่เห็นว่าไกลออกมาหน่อย มีอยู่ 3 แห่ง คือ สัปดาห์ที่ 5 ต้นอชปาลนิโครธ (ต้นไทรใบใหญ่หนา), สัปดาห์ที่ 6 สระมุจลินท์ และ สัปดาห์ที่ 7 ต้นราชายตนะ (ต้นเกตุ)

โดยสระมุจลินท์ สถานที่จริงนั้น เป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของคนไทย ผู้มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องพญานาคอยู่ไม่น้อย เพราะในประเทศไทย มีการสร้าง ‘สระมุจลินท์จำลอง’ ขึ้น ณ วัดพระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย ตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน และต่อมาก็กลายเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มักถูกใช้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ในงานพิธีต่างๆ แม้กระทั่งงานพระราชพิธีประจำในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ก็มีการอัญเชิญน้ำจากบ่อนี้ไปเข้าพิธีอยู่เสมอ เช่น พิธีสรงมูรธราชาภิเษก พิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น

อีกทั้งนับแต่โบราณมา มีการสร้างพระพุทธรูปปาง “นาคปรก” ขึ้นบูชา และได้ยกย่องให้เป็นพระพุทธรูปประจำคนเกิดวันเสาร์ ซึ่งพระนาคปรก ก็กำเนิดขึ้นจากเหตุการณ์พุทธประวัติช่วงที่พระ พุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ 6 นี่เอง

โดยพระพุทธเจ้า ได้เสด็จไปสู่ร่มไม้จิก ที่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 2 กิโลเมตร ทรงประทับเสวยวิมุตติสุขที่ใต้ร่มไม้นั้นตลอด 7 วัน 7 คืน ปรากฏว่าขณะนั้นเกิดพายุฝนหลงฤดูตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พญานาค นามว่า มุจลินท์ ปรารถนาจะทำบุญใหญ่ ถวายแด่พระพุทธองค์ จึงขนดตนเองวนรอบพระวรกายของพระพุทธเจ้า 7 รอบ และแผ่พังพานบังลมฝน ตลอด 7 วัน เรื่องราวนี้ได้กลายเป็นมาต้นแบบของ พระพุทธรูปปางนาคปรก!

เมื่อครบ 7 วัน ลมฝนสงบแล้ว พญานาคได้คลายตัวออก และแปลงเพศเป็นชายหนุ่ม ถวายบังคม ณ เบื้อง พระพักตร์

พระพุทธองค์จึงทรงเปล่งอุทานเป็นภาษิตที่ไพเราะจับใจ และมีความน่าสนใจ โดยมีความย่อว่า

“ความสงบ เป็นสุขสำหรับผู้ได้เจริญธรรมอันดีแล้ว การไม่เบียดเบียน และการสิ้นไปแห่งความกำหนัด ก็เป็นทางมาแห่งความสุข และการคลายจากความยึดมั่นถือมั่น ถือเป็นความสุขอย่างยิ่ง”

เนื่องจากธรรมชาติของพญานาคมุจลินท์ มีปกติชอบอยู่ในด้วยหมู่คณะและบริวาร ทั้งยังมีความเกรี้ยวกราดขี้โมโหหงุดหงิดง่าย และถือตัวว่ามีฤทธิ์เดชมาก พระพุทธเจ้าจึงตรัสภาษิตเหล่านี้ ซึ่งตรงกับอัธยาศัยของพญานาคมุจลินท์ จนทำให้มุจลินท์นาคราชเกิดปีติศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ท่านได้นำเอาพุทธภาษิตของพระพุทธเจ้าทูนไว้ที่เศียรเกล้า และยึดถือปฏิบัติโดยตลอดมา…

ซึ่งเรื่องนี้จัดว่าเป็น “สาระ” ของเรื่องราว ที่ผู้คนควรให้ความสนใจ นอกเหนือไปจากการนับถือบูชาพญานาคในแง่อิทธิปาฏิหาริย์ การดลบันดาล และการขอโชคขอลาภ เพราะธรรมะที่พระพุทธเจ้าแสดงในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้พญานาคเกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง และยังนำไปประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันในเผ่าพันธุ์ ทำให้พญานาคจำนวนมากมีศรัทธาเลื่อมใส และปวารณาตนคอยพิทักษ์รักษาพุทธสถานสืบมาจนปัจจุบัน

ธรรมะ 4 ประการที่พระพุทธเจ้าแสดงนี้ สามารถคลายความทุกข์ร้อน คลายความขี้โมโห คลายอาการสติแตกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และทำให้เกิดความสุขได้!

1. การอยู่ในที่อันสงัดเพื่อให้เกิดความสงบ เป็นทางมาแห่งความสุข

2. การไม่เบียดเบียน ย่อมทำให้เกิดสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

3. การลดละตัณหาราคะ ทำให้คลายความเร่าร้อนในดวงจิต ก็เป็นทางมาแห่งความสุข

4. การทำลายทิฐิมานะ ความถือตัวถือตน ยอมคนไม่เป็น เล็กลงไม่ได้ ขอโทษหลุดออกจากปากไม่เคย เหล่านี้ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ หากละเสียได้ ย่อมนำไปสู่ความสุขอย่างแท้จริง!

ถ้าใครมีศรัทธาในพญานาค ก็ควรรู้ว่าพญานาคเป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เคารพบูชาพระพุทธเจ้า อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ถือศีลปฏิบัติธรรม จึงเป็นอันว่าถ้าใครต้องการไปขอพรกับพญานาค ก็ควรจะทำตัวให้เป็นพวกเดียวกับท่านก่อน! คือ ถือศีลและมีธรรม

การขอพรก็ย่อมง่ายที่จะสำเร็จผลมากยิ่งขึ้นไป อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชมยินดีแก่เหล่าพญานาคอีกด้วย

พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน