กระแสเลือกตั้งผู้ว่าฯทั่วประเทศ
เรียน บ.ก.
การที่คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครอง ส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ มีมติส่งเรื่องถึงมหาดไทย พิจารณาเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในฐานะที่ทำงานท้องถิ่น ขอเสนอแนวความคิดเห็นส่วนตัว มองว่าในปัจจุบันนี้การที่เราทำงานในองค์กรของเรากับ หน่วยงานอื่น ค่อนข้างจะติดขัด มีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่จะทำของตัวเอง การที่จะบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้ดีจะต้องร่วมมือกันผนึกกำลังกันให้ไปในแนวทางเดียวกัน และทำงานสำเร็จไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำ สิ่งหนึ่งที่จะมีการจัดตั้งหรือจัดทำอย่างนั้นขึ้นมา อยู่ที่การบริหาร จัดการต้องเป็นเนื้อเดียวกัน จะมีประโยชน์อย่างมากกับประชาชน จากที่ได้เห็นประสบการณ์มา เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และเมืองพัทยาที่เป็นพื้นที่ปกครองพิเศษ ก็จะเห็นว่าการบริหารจัดการ เขาเป็นแนวทางเดียวกัน คนในพื้นที่ก็ต้องเข้าใจในบริบท ของเขาอยู่แล้วหรือของแต่ละพื้นที่มากกว่า ถ้าเราอยู่ที่นี่ไปทำงาน ที่อื่นก็จะไม่เข้าใจท้องถิ่นนั้นๆ เท่ากับเจ้าของพื้นที่เขาเอง
คนท้องถิ่น
ตอบ คนท้องถิ่น
ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ในเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เป็นไปตามที่มีการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน โดยจุดหลักก็คือ หากประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในจังหวัดของตัวเอง สามารถเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจปัญหาจริง ซึ่งต่างจากระบบปัจจุบันที่ส่วนกลาง ส่งผู้ว่าฯ ไปลงตำแหน่งในจังหวัดต่างๆ
เชียร์กรุงเทพฯหนังกลางแปลง
เรียน บ.ก.
ผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีแนวคิดใหม่อยู่เรื่อยๆ ว่า ตลอดเดือนก.ค.จัดเทศกาลภาพยนตร์ “กรุงเทพฯ กลางแปลง” โดยจะจัดฉายหนังไทยตลอดเดือนตามที่ต่างๆ เริ่มวันที่ 7 ก.ค. ที่ลานคนเมือง จากนั้นก็ฉายกลางแปลงตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ อีกด้วย เป็นการรื้อฟื้นวิถีการชมหนังกลางแปลง ในอดีตได้อย่างดี อย่าลืมจัดสถานที่ให้พ่อค้าแม่ค้า ตั้งแผงขายของใกล้ๆ กับบริเวณที่ฉายหนังด้วย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว นั่งดูหนังกลางแปลงต้องมีของขบเคี้ยว จึงจะได้บรรยากาศ ที่ต่างประเทศล้วนแต่มีหนังกลางแปลงให้ประชาชนได้ดูกัน ทั้งนั้น แต่ละครอบครัวหอบเสื่อหอบหมอนมาจองที่ดูหนัง
นับถือ
แจ๋วจริง
ตอบ แจ๋วจริง
มีหนังกลางแปลง พร้อมกับแผงขายอาหาร ของขบเคี้ยว เป็นการสร้างบรรยากาศความสุขให้สมบูณ์แบบ เป็นข้อเสนอถึงผู้ว่าฯ ชัชชาติ โปรดพิจารณาด้วย
ทุกข์ของผู้รับผลกระทบเขื่อน
ถึง น.ส.พ.ข่าวสด
ปัจจุบันชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิรินธร กว่า 3 อำเภอ คือ อ.สิรินธร อ.พิบูลมังสาหาร และ อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ที่อยู่ในเขตกักเก็บน้ำของเขื่อนสิรินธร (กฟภ.) กว่า 180,000 ไร่ มีผู้ที่ยื่นคำร้องทั้ง 3 อำเภอ ประมาณ หนึ่งหมื่นราย ซึ่งชาวบ้านเหล่านี้เป็นลูกเป็นหลานและทายาทของผู้ที่ถูกน้ำท่วมที่อาศัยอยู่ชุมชนบ้านโดม (ปัจจุบันถูกน้ำท่วมไปตั้งแต่ปี 2513) ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลไม่ได้สนใจและแก้ไขปัญหาให้ แม้จะมีการเดินทางไปชุมนุมเรียกร้องมาโดยตลอด ชาวบ้านลูกหลาน ที่ดินถูกน้ำท่วมไม่มีอาชีพไม่มีที่ทำกิน สูญเสียโอกาสมากว่า 52 ปี ความเดือดร้อนก็ตกมาถึงรุ่นหลานและเหลน เป็นความทุกข์ใจของชาวเขื่อนสิรินธรอย่างมาก จึงอยากให้รัฐมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา
ด้วยความเคารพ
ผู้ไร้ที่ทำกิน
ตอบ ผู้ไร้ที่ทำกิน
เป็นปัญหาที่น่าเห็นใจมาก ต่อสู้เรียกร้องกันมายาวนาน เป็นไป ได้อย่างไรความทุกข์ที่ทับทบถึง 52 ปี แต่รัฐยังไม่แก้ไขอะไรให้