สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนร่วมฉลองโอกาสที่ฮ่องกงคืนสู่อ้อมอกของจีนมา 25 ปี นับตั้งแต่ 1 ก.ค. 2540 และย้ำว่าจะใช้ “นโยบาย 1 ประเทศ 2 ระบบ” ต่อไป พร้อมกล่าวว่า “ฮ่องกงเป็นนายของเมืองนี้ ชาวฮ่องกงปกครองฮ่องกงอย่างอิสระ”
เมื่อย้อนกลับไปดูเจตนารมณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ในยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ให้สัญญาว่า การปกครองแบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ ฮ่องกงจะมีเสรีภาพอย่างน้อย 50 ปี และจะพัฒนาไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่
แต่ความเป็นจริง แค่เพียงครึ่งทาง ชาวฮ่องกงก็เห็นความแตกต่างจากคำพูดของอดีตผู้นำแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่ผลักดันโดยจีน แผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2563 เพิ่มอำนาจตำรวจ ตรวจค้น สอดส่อง ยึดทรัพย์และลิดรอนสิทธิเสรีภาพการในการแสดงออก
การชุมนุมรำลึก 30 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน เคยมีชาวฮ่องกง 180,000 คนร่วมจุดเทียนแสดงความอาลัย แต่มาปีนี้ ไม่มีใครมาจุดเทียนที่วิกตอเรียพาร์ก วันที่ 4 ก.ค. เหมือนเช่นเคยเพราะถูกห้าม
การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในฮ่องกงลดลงในช่วง 2-3 ปีมานี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นสายตรงมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
บุคลากรจากจีนแผ่นดินใหญ่แทรกซึมเข้ามาทำงานในภาคส่วนสำคัญๆ ของฮ่องกงมากขึ้น ทั้งภาคการเงิน การธนาคาร ไปจนถึงสถานการศึกษาเพื่อล้างสมองเด็กๆ ทุกวันนี้ รองอธิบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งมีคนจากจีน
เสรีภาพสื่อหดหาย ทั้ง Stand News และ Citizen News รวมทั้ง Apple Daily ต้องปิดตัวและบรรณาธิการอาวุโสถูกจับเข้าคุก อันดับสิทธิเสรีภาพสื่อในฮ่องกงตกลงมาที่ 148 จากอันดับที่ 18 เมื่อปี 2545
ชาวฮ่องกงจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “1 ประเทศ 2 ระบบ” ไม่เวิร์ก
สปาย-กลาส