บุนเดสลีกา เยอรมนี เป็นลีกฟุตบอลที่ค่อนข้างถูกดูแคลนว่าไม่มีความสนุก โดยเฉพาะเรื่องการผูกขาดความสำเร็จของสโมสรเดียว
นับตั้งแต่ลีกสูงสุดเยอรมนีเปลี่ยนมาเป็นบุนเดสลีกาตั้งแต่ปี 1963 ถึงตอนนี้ก็ใกล้ครบ 59 ปีแล้ว “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก คว้าแชมป์ชนิดแทบไม่แบ่งทีมอื่น โดยได้ไปมากถึง 31 สมัย แถมฤดูกาลล่าสุด 2021-22 บาเยิร์นก็ยังซิวแชมป์อีกเป็นซีซั่นที่ 10 ติดต่อกัน
ขณะที่ผู้ตามมาอันดับ 2 “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ และ “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก อยู่ห่างจากบาเยิร์นแบบลิบลับ โดยได้ไป 5 สมัยเท่ากัน
ส่วนในฤดูกาล 2022-23 ที่ใกล้เปิดฉากนี้ แม้บาเยิร์นยังได้รับการยกให้เป็นตัวเต็งที่น่าจะป้องกันแชมป์สมัยที่ 11 ติดต่อกัน แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วนี่อาจเป็นซีซั่นที่สนุกเกินคาด และมีโอกาสที่ “เสือใต้” จะกระเด็นจากบัลลังก์ได้เลย
เริ่มจากคู่ปรับตลอดกาลของบาเยิร์นอย่าง ดอร์ตมุนด์ที่เป็นรองแชมป์เก่าฤดูกาลก่อน ทำการเสริมทัพในตลาดรอบนี้ได้น่ากลัวมาก แม้จะเสียยอดดาวยิงอย่าง เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ แต่คนที่ย้ายเข้ามาก็ล้วนแต่ฝีเท้าชั้นเลิศ

โดยดอร์ตมุนด์เสริมแนวรับด้วย 2 กองหลังทีมชาติเยอรมนีอย่าง นิคลาส ซือเล ที่ย้ายมาจากคู่ปรับอย่างบาเยิร์นแบบฟรีๆ กับ นิโค ชล็อตเตอร์เบ็ก มาจากไฟรบวร์ก
ขณะที่กองกลางได้ ซาลิห์ ออซคาน ดาวดังจากโคโลญจน์ ส่วนกองหน้าได้ คาริม อเดเยมี จากเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
เมื่อรวมกับแข้งตัวเก่งในทีมอย่าง มาร์โก รอยส์, จูด เบลลิงแฮม, ธอร์กกาน อาซาร์, ยูเลียน บรันด์ต แถมยังอาจมีนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มอีก ดอร์ตมุนด์จึงมีแววกลายเป็นเสือติดปีกได้เลย
ถัดจากดอร์ตมุนด์ก็เป็นอีกทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ซึ่งฤดูกาลก่อนจบอันดับ 3 ขณะที่ซีซั่นใหม่ขุมกำลังเรียกได้ว่าสุกงอมแล้ว
แนวรุกของเลเวอร์คูเซนยุคนี้ดุดันสุดๆ นำโดยศูนย์หน้าอย่าง พาทริก ชิก ซึ่งฤดูกาลก่อนได้รองดาวซัลโวสูงสุดของบุนเดสลีกาหลังซัดไป 24 ประตู ผนึกกำลังกับแข้งจอมเทคนิคอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และ มุสซา ดิยาบี ส่วนผู้เล่นอื่นก็ถือว่าฝีเท้าแจ่มพอตัว

ขณะที่กุนซืออย่าง เคราร์โด เซโออาเน ที่เข้ามารับงานฤดูกาลก่อน น่าจะทำงานได้ดีขึ้นอีกหลังเรียนรู้บรรดาลูกทีมมานานพอสมควรแล้ว
อีกทีมที่อันตรายแน่นอนว่าเป็นไลป์ซิก อันดับ 4 เมื่อฤดูกาลก่อน ทั้งที่ต้องเปลี่ยนกุนซือกลางซีซั่นมาเป็น โดเมนิโก เตเดสโก แต่ทีมก็ยังไต่ขึ้นมาจนยึดท็อปโฟร์ของลีก และยังได้แชมป์เดเอฟเบ โพคาล อีกด้วย
ถ้าไม่มีการปล่อยผู้เล่นคนไหนออกไปในตลาดรอบนี้ ไลป์ซิกก็จะนำโดย คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู นักเตะยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาฤดูกาลก่อน ผนึกกำลังกับผู้เล่นฝีเท้าดีอย่าง อังเดร ซิลวา, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, โดมินิก โซบอสไล
ขณะที่แชมป์เก่า บาเยิร์น แม้จะเสริมทัพได้ไม่เลวด้วยการคว้าตัวผู้เล่นอย่าง ซาดิโอ มาเน, ไรอัน กราเฟนเบิร์ก และ นูสแซร์ มาซราอุย แต่สิ่งที่น่ากังวลหนีไม่พ้นปัญหาภายในที่เรียกว่าสั่นคลอนทีมไม่น้อยเลย
เรื่องที่ชัดเจนหนีไม่พ้นกรณีดาวยิงตัวเก่งอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี พูดเองว่าอยากย้ายออกในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่กุนซือ วัยหนุ่มอย่าง ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ ก็ยังดูคลุมเครือว่าฝีมือดีพอกับสโมสรแห่งนี้หรือไม่

หากตลาดรอบนี้ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวอีก แล้วดันออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ไม่สวย บอกเลยว่าหลังจากนั้นบาเยิร์นจะเหนื่อยกับการป้องกันตำแหน่งแชมป์แน่
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอย่างทีมระดับรองลงไปที่อาจเป็นตัวตัดแต้มหรืออาจกลายเป็นม้ามืดได้เลยด้วย อาทิ มึนเชนกลัดบัก, โวล์ฟสบวร์ก หรือ ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต เป็นต้น
ใครที่บอกว่าบุนเดสลีกาไร้ความสนุก ลองเปิดใจมาติดตามกันในฤดูกาลใหม่นี้ ไม่แน่ว่าการตัดสินแชมป์อาจต้องไปวัดกันถึงนัดปิดฉากซีซั่นเลยก็เป็นได้