ตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมปัจจุบันราคาขยับขึ้นทุกปี จนทะลุครึ่งแสนไปแล้ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงหันมาสนใจสมาร์ตโฟนระดับกลางไปจนถึงกลางค่อนข้างสูง หรือที่เรียกว่า “รุ่นน้องเรือธง” เพราะมีประสิทธิภาพแทบจะทัดเทียมกับระดับพรีเมียม เพียงตัดฟีเจอร์ล้ำยุคออกไป

พิกเซล อัลฟ่า เป็นมือถือในคอนเซ็ปต์ดังกล่าวจากค่ายกูเกิ้ล ผู้พัฒนามือถือตระกูลพิกเซลอันลือลั่น เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ชื่นชอบประสบการณ์การใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แบบวานิลลา (เดิมๆ ไม่มีการแต่งเติม) ซึ่งพิกเซล 3เอ และ 4เอ เคยสร้างความประทับใจให้บรรดานักรีวิวมาแล้วไม่ว่ากล้องถ่ายภาพ โอเอส และราคาที่เข้าถึงง่าย

พิกเซล 5เอ ยังคงสูตรสำเร็จความคุ้มค่านี้มาต่อเนื่อง แม้จะเปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2564 และล่าสุด พิกเซล 6เอ เพิ่งเผยโฉม แต่พิกเซล 5เอ ยังควรค่าแก่การนำมารีวิวโดยเว็บไซต์แอนดรอยด์อูธอริตี

แม้ Google Pixel 5a จะมีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนหน้ามากที่สุดในเรื่องฮาร์ดแวร์ภายใน ทว่า การออกแบบภายนอก ทางกูเกิ้ลปรับเปลี่ยนวัสดุจากพลาสติกโพลีคาร์บอเนต มาเป็นโลหะชนิดอะลูมิเนียมและเคลือบสารพิเศษ ทำให้ถือไว้ในมือได้มั่นใจไม่ลื่นหลุดง่ายเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น

พิกเซล 5เอ ขนาดกว้าง 73.7 ยาว 154.9 หนา 7.6 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 183 กรัม กระจกหน้า Gorilla Glass 3 ประกบฝาหลังอะลูมิเนียมและขอบอะลูมิเนียม เทียบกับพิกเซล 4เอ มีเกือบจะเท่ากัน แต่พิกเซล 5เอ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 15 กรัม เป็นผลจากโครงโลหะ ผ่านมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำแบบ IP67 (อยู่ใต้น้ำได้ลึกไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลาไม่เกิน 30 นาที) นับเป็นพิกเซล อัลฟ่า รุ่นแรกที่มีมาตรฐานดังกล่าว

จอภาพพิกเซล 5เอ มีขนาด 6.34 นิ้ว เป็นเทคโนโลยี OLED ความละเอียดสูงสุด 1,080×2,400 พิกเซล (FHD+) ความหนาแน่นพิกเซล 415 พิกเซลต่อตารางนิ้ว (PPI) อัตราส่วนภาพ 20:9 สัดส่วนจอภาพต่อตัวเครื่องร้อยละ 85 รองรับเทคโนโลยีภาพ High Dynamic Range (HDR) ถือเป็นจอภาพที่ดี แต่น่าเสียดายตรงรองรับความถี่สูงสุดเพียง 60 เฮิร์ตซ์ (Hz) ขณะที่สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ ตอนนี้รองรับอย่างน้อย 90 Hz ขึ้นไปหมดแล้ว ช่วยให้ภาพลื่นไหลน่าใช้งาน

การดีไซน์อื่นๆ อย่างสี มีเพียงสีเดียว คือ สีส่วนใหญ่ออกดำ (Mostly Black) ขณะที่เคสโทรศัพท์ ทางกูเกิ้ลเลิกเคสทางการ แบบเคสผ้าไปแล้ว เปลี่ยนเป็นพลาสติกแทน ช่วยให้กำไว้ในมือได้มั่นใจขึ้น

เซ็นเซอร์ลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังเครื่องเช่นเดิม ทำงานได้แม่นยำว่องไว ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันของเซ็นเซอร์ได้ด้วย เช่น เปลี่ยนเป็นแตะเพื่อดึงเมนูปรับแต่งจากขอบบนของเครื่องลงมา แทนการต้องเอื้อมนิ้วไปลากลงมาตามปกติ

อีกส่วนต้องชมเชยเป็นระบบตอบสนองด้วยการสั่นสะเทือน (Haptic feedback) อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับ สมาร์ตโฟนราคาหมื่นต้นๆ และท้ายสุดเป็นหลุมกล้องเซลฟี่บนจอภาพด้านหน้าที่มีขนาดเล็กลงอยู่มุม ซ้ายบน แน่นอนยังมีช่องสำหรับสายหูฟังแบบมินิสเตอริโอมาเหมือนเดิม

ขุมพลังพิกเซล 5เอ มาจากชิพวงจรรวม (SoC) รุ่น Snapdragon 765G 5G จากค่าย ควอลคอมม์ สหรัฐอเมริกา สร้างด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตร (nm) ภายในประกอบด้วยหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียูแบบ 8 คอร์ (Octa-core) และหน่วยประมวลผล กราฟิกหรือจีพียูรุ่น Adreno 620

ซีพียูที่ใช้แบ่งเป็น 3 คลัสเตอร์ ได้แก่ Kryo 475 Prime ความถี่สัญญาณนาฬิกา 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) Kryo 475 Gold ความถี่ 2.2 GHz และ Kryo 475 Silver ความถี่ 1.8 GHz จำนวน 6 คอร์

หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6 กิกะไบต์ (GB) พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) ขนาด 128 GB ไม่รองรับการ์ด microSD รองรับสัญญาณสื่อสาร 5G และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac แบบ dual-band รวมถึงบลูทูธ 5.0

ผลทดสอบเบนช์มาร์กผ่านแอพพลิเคชั่น ทดสอบซีพียู Geekbench 5 ได้คะแนนประมวลผลคอร์เดี่ยว 574 แต้ม หลายคอร์อยู่ที่ 1,337 แต้ม ส่วนแอพฯ ทดสอบจีพียูอย่าง 3DMark Wild Life ได้คะแนน 1,674 แต้ม

ผู้ทดสอบมองว่า ประสิทธิภาพโดยรวมของพิกเซล 5เอ อยู่ระดับปานกลาง รองรับการใช้งานทั่วไปได้รอบด้าน แต่การทดลองใช้งานเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องพบปัญหาเรื่องความร้อนสูง ทำให้ประสิทธิภาพซีพียูลดต่ำลง จึงไม่แนะนำสำหรับผู้ต้องการมือถือสำหรับใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง หรือสำหรับเล่นเกม AAA

ระยะเวลาใช้งานจากแบตเตอรี่มีขนาด 4,600 มิลลิแอมป์ต่อชั่วโมง (mAh) ซึ่งทางกูเกิ้ลเพิ่มให้จาก 3,885 mAh จากรุ่นก่อน เป็นจุดแข็งที่สุดของพิกเซล 5เอ จากการทดสอบพบว่ายากมากที่จะทำให้สมาร์ตโฟนเครื่องนี้แบตฯ หมดภายในวันเดียว ไม่ว่าใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกม

เพราะสมาร์ตโฟนรุ่นนี้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 8 ชั่วโมง (เปิดจอต่อเนื่อง) สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปน่าจะใช้ได้นาน 2 วัน ส่วนการชาร์จพลังงาน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงด้วยชาร์จเจอร์ขนาด 18 วัตต์ (W) ช้ามากหากเทียบกับสมาร์ตโฟนคู่แข่งบางแบรนด์

กล้องถ่ายภาพพิกเซล 5เอ สเป๊กเดียวกับพิกเซล 4เอ เริ่มด้วยเลนส์หลักความละเอียด 12.2 ล้านพิกเซล (MP) ซึ่งกูเกิ้ลใช้เลนส์รุ่นนี้มานานมากแล้ว (ของดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปยุ่ง) ถือเป็นหนึ่งในเซ็นเซอร์ภาพที่ให้ประสบการณ์เอนด์-ยูสเซอร์ได้ดีที่สุด เพียงผู้ใช้เล็งแล้วกดถ่าย ก็จะได้ภาพคุณภาพสูงระดับน่าพอใจ ไม่ว่าแง่ความละเอียด สีสมจริง แสงเงาสวยงาม เกินกว่าสมาร์ตโฟนราคาหมื่นต้นๆ ค่ายอื่น

อย่างไรก็ดี คุณภาพของภาพถ่ายจะเริ่มมีปัญหาทันทีหากซูมภาพ เนื่องจากเป็นข้อจำกัดของเซ็นเซอร์ความละเอียด 12.2 MP แม้กูเกิ้ลจะมี อัลกอริทึมภาพทรงพลังก็ไม่อาจหลบเลี่ยงข้อจำกัดจุดนี้ได้ สะท้อนว่า เหตุใดกูเกิ้ลจึงหันไปใช้กล้องที่มีความละเอียดสูงขึ้นในพิกเซล 6 ที่เพิ่งเปิดตัวไป

จิมมี เวสเทิร์นเบิร์ก ผู้ทดสอบ กล่าวว่า ภาพถ่ายช่วงกลางวันออกมาสวยงามสมจริงอย่างมาก เช่นเดียวกับภาพที่ได้ตอนกลางคืนเวลาใช้โหมด Night Sight โดยกูเกิ้ลปรับปรุงแอพฯ ถ่ายภาพที่ใช้งานง่ายให้สะดวกขึ้น ผ่านการที่แอพฯ จะเปลี่ยนโหมดเป็นถ่ายภาพกลางคืนให้อัตโนมัติในเวลาแสงไม่พอ

ถัดมาเป็นเลนส์อัลตราวาย ความละเอียด 16 MP มุมกว้าง 107 องศา ทำให้เสมือนซูมภาพได้ 3 ระยะ 0.6x, 1x และ 2x ผ่านระบบซูมเทียม (Digital) แบบ Super Res Zoom ของกูเกิ้ล แม้จะแทนซูมแท้แบบ Optical ไม่ได้ แต่คุณภาพออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากอัลกอริทึมแบบ machine learning จากกูเกิ้ล ทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยกลบความบิดเบี้ยวบริเวณมุมภาพ สีสันของภาพสมจริง แม้จะแลดูซีดกว่า คมชัดน้อยกว่ากล้องหลักก็ตาม

กล้องเซลฟี่ของพิกเซล 5เอ มีความละเอียด 8 MP เช่นเดียวกับพิกเซล 4เอ ซูมได้สูงสุด 1.4x แบบดิจิตอล รองรับโหมด Night Sight ช่วยให้ภาพเซลฟี่แลดูคมชัดสวยงามขึ้นเวลาแสงน้อย ส่วนภาพโบเก้ (เลนส์ละลาย) ของ Portrait mode คุณภาพอยู่ระดับปานกลาง การเบลอภาพหลังยังไม่เนียนเท่าที่ควรตามขอบวัตถุที่โฟกัสโดยเฉพาะเส้นผม

เวสเทิร์นเบิร์ก มองว่า พิกเซล 5เอ มีข้อเสียตรงหน้าจอที่ไม่รองรับความถี่สูง และประสิทธิภาพที่อาจไม่สามารถรองรับอนาคตได้ยาวนานนัก แต่ชดเชยด้วยระยะเวลาใช้งานแบตที่ยาวนานน่าประทับใจ

ทั้งเป็นพิกเซลรุ่นแรกที่ผ่านมาตรฐาน IP67 กล้องถ่ายภาพที่ดีเกินค่าตัว จอภาพ OLED และการรับประกันอัพเดตโอเอส แอนดรอยด์ยาวนาน 3 ปี เป็นสูตรสำเร็จความคุ้มค่าที่กูเกิ้ลพิสูจน์ให้โลกเห็นอีกครั้งว่า มือถือดีๆ ไม่ต้องแพงก็เป็นไปได้

ทีมข่าวสดไอที
ภาพ – แอนดรอยด์อูธอริตี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน