คาดจีดีพีโต3.3%-เงินเฟ้อยังพุ่ง

แบงก์ชาติคาดเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ร้อนแรงทะลุ 3% ส่วนจีดีพีโตปีนี้ 3.3% เชื่อปลายปี 2566 เงินเฟ้อสงบเหลือ 1.7% พร้อมจัดแพ็กเกจอุ้มลูกหนี้รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชัดเจนขึ้น จากการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว หลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการต่างๆ โดยปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะขยายตัวที่ 3.3% ส่วนปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.2% ขณะที่จำนวนผู้ว่างงานและเสมือน ผู้ว่างงานลดลงเหลือ 2.4 ล้านคน ในปี 2566

ทั้งนี้ คาดว่าจีดีพีไตรมาส 2/2565 จะขยายตัวได้มากกว่า 3% โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.9% รายได้แรงงานนอกภาคการเกษตรขยายตัว 10.3% มูลค่าการ ส่งออกขยายตัว 9.7% ขณะที่คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยประมาณ 1.5 ล้านคน และคาดว่าทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 6 ล้านคน ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2565 และ 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.2% และ 2.5% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มการฟื้นตัว แต่ที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นคือเรื่องของเงินเฟ้อ ทำให้ธปท. จะต้องทยอยปรับนโยบายและมาตรการทางการเงินที่เป็นวงกว้างในภาวะปกติ โดยนโยบาย การเงินผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยจะต้องไม่ทำให้เศรษฐกิจสะดุด และต้องทำ แต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะไม่ต้องขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง โดยการขึ้นดอกเบี้ย ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เงินเฟ้อกลับลงมาอยู่ในกรอบ โดยประมาณการว่า เงินเฟ้อจะขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไตรมาส 3/2565 ที่ 7.5% และจะกลับลงมาต่ำที่ 1.7% ตั้งแต่ไตรมาส 3/2566

“ยอมรับว่าการขึ้นดอกเบี้ยย่อมมีผลกระทบ โดยต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งในส่วนของสินเชื่อรายย่อยปัจจุบันราว 60% ใช้ดอกเบี้ยแบบคงที่ ขณะที่สินเชื่อบ้านแม้ว่าจะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัวแต่ส่วนใหญ่จะกำหนดค่างวดไว้แล้ว แต่การขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบกับลูกหนี้ใหม่”

โดย ธปท. มีมาตรการในการดูแลกลุ่มเปราะบาง เป็นมาตรการเดิมที่มีผลอยู่ ได้แก่ มาตรการแก้หนี้ระยะยาวซึ่งจะสิ้นสุดปี 2566 รวมถึงโครงการพักทรัพย์พักหนี้ และโครงการสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งจะ สิ้นสุด เม.ย. 2566 หากจำเป็นก็สามารถขยายมาตรการไปได้

และจะมีมาตรการเพิ่มเติมสำหรับลูกหนี้รายย่อยกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย ผันผวน ใช้สินเชื่อไม่มีหลักประกัน ซึ่งรายได้ยังไม่กลับมาเต็มที่และค่าครองชีพสูงขึ้น ในกลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย เช่น ลดอัตราผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% ถึงปี 2566 ขยายเวลาชำระหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลที่ 12 เดือนอีก 1 ปี ถึงปี 2566 ส่วนกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย ก็จะปรับปรุงโปรแกรมการจ่ายหนี้ของคลินิกแก้หนี้ พร้อมทั้งจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ในไตรมาส 3/2565

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน