กมธ.เด้งรับไร้เสี่ยงขัดรธน.-ทางออกให้รอกกต.
วันที่ 22 ก.ค. ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเสนอทบทวนสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร 500 กลับมาหาร 100 จนถูกมองว่ามีนัยยะทางการเมืองว่า ไม่มีนัยยะ แต่ถ้าเราทำผิดรัฐธรรมนูญก็จะยุ่งยากกันไปหมด แล้วยังจะทำให้ประชาชนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ไปเป็นคนละเรื่องคนละราว อยากให้คนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ตนไปคำนวณคณิตศาสตร์ดู ซึ่งถ้าคำนวณแล้วก็จะรู้ว่ามีปัญหาจริง ตนอ่านและคำนวณแล้วคิดว่าถ้าหลายพรรคคำนวณดูก็คงไม่รับในสูตรหาร 500 เชื่อมั่นว่าสูตรหาร 500 เป็นไปไม่ได้ แต่จะเป็นสูตรอะไรตามมานั้นตนไม่ทราบ
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้คว่ำวาระ 3 เพื่อกลับไปใช้สูตรหาร 100 นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนยังมั่นใจ 500 เป็นไปไม่ได้ ถึงจะยกมือและมีมติไปเรื่องกฎหมายอาจไปได้ แต่ข้อเท็จจริงหารออกมาไปไม่ได้ ตนคิดตามหลักคณิตศาสตร์ประกอบหลักกฎหมาย แล้วมาคำนวณเป็นตัวเลขผลลัพธ์ออกมาทำให้ตกใจ มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนก็คงคำนวณได้อย่างที่ตนคำนวณ ส่วนที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ระบุตนชูสูตรหาร 100 มีการดีลกับนายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยนั้น ตนไม่ได้ดีล และนพ.วรงค์ เป็นหมอลองไปคำนวณตามสูตรคณิตศาสตร์ดูบ้าง
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการ เลือกตั้งส.ส. ให้สัมภาษณ์ว่า จะหารด้วยอะไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การประชุมร่วมรัฐสภา 26-27 ก.ค.นี้ จะพิจารณามาตรา 24 ต่อจากที่มีการแก้ไขจากสูตรหาร 100 เป็นหาร 500 ในมาตรา 23 เมื่อพิจารณาเสร็จจะถูกส่งไปที่ กกต.ทำความเห็น เมื่อสภาเห็นด้วยกับหาร 500 แต่มีข้อบกพร่อง ไม่ควรเป็นอำนาจกมธ.ไปประชุมเพื่อขอแทรกเป็นมาตราอื่น แต่ควรให้เป็นอำนาจที่ประชุมร่วมรัฐสภา ให้กกต.เป็นหน่วยงานที่ร่วมทำกฎหมายตั้งแต่ต้น มาร่วมให้ความเห็นว่าจะกลับไปหาร 500 ไม่ได้ ถ้ากกต.ให้ความเห็นก็สามารถเสนอไปที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อนำข้อเสนอของกกต.กลับมามีมติแก้ไข ให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของกมธ.คือหาร 100 ได้ไม่ยาก ไม่ต้องเดินหน้าไปถึงศาลรัฐธรรรมนูญ
เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยหรือไม่ที่จะกลับมาสูตร 100 นายสาธิตกล่าวว่า ไม่มีความเสี่ยง และสอดคล้องกับกมธ.เสียงข้างมาก ที่ผ่านมากกต.มาให้ความเห็นทุกขั้นตอนว่าการใช้สูตร 500 จะมีความหมิ่นเหม่ผิดรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นหากทำกฎหมายที่รอบคอบปลอดภัย จะเป็นประโยชน์์กับทุกฝ่ายและสอดคล้องกับหลักการ เมื่อถามว่าสาเหตุที่กลับมาสูตร 100 เพราะฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่ได้เปรียบจากสูตรหาร 500 นายสาธิตกล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าใครเสียเปรียบหรือ ได้เปรียบ ตนร่างกฎหมายและกติกาการเลือกตั้งเพื่อความเป็นธรรม ใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน กติกาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่าการที่ทำให้วุ่นวายเพื่อนำไปสู่การคว่ำกฎหมายลูกในวาระ 3 เพื่อออก พ.ร.ก.เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นประโยชน์กับฝ่ายบริหาร นายสาธิต กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.อาจจำเป็น แต่การออกโดยไม่มีทุกฝ่ายมาร่วมร่างกติกาในขั้น กมธ.ร่วมกัน ก็จะเป็นความขัดแย้งในขั้นตอนต่อไป ยอมรับการกลับไปกลับมาประชาชนจะไม่เชื่อมั่น ต้องตำหนิคนที่พยายามเปลี่ยนและกลับไปกลับมาว่ามีผลอะไรที่คิดแบบนั้น ประชาชนรู้ว่าใครคิดอย่างไร