แม้จะเข้ามานั่งกุมบังเหียนค่ายรถยนต์จากแดนปลาดิบ นิสสัน ประเทศไทย ในช่วงค่อนข้างวิกฤต แต่ไม่ได้ทำให้ “อิซาโอะ เซคิกุจิ” ประธาน รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

เพราะช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนหลายอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ไม่ว่าจะการบริหารองค์กร กลยุทธ์การตลาด รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ให้ตรงใจลูกค้าคนไทยมากขึ้น

วันนี้มีโอกาสได้พูดคุยวิสัยทัศน์และแนวทางจากนี้ต่อไปของนิสสัน ประเทศ ไทย จะเป็นอย่างไรนั้น มาดูกันเลย

ภาพลักษณ์แบรนด์นิสสัน
ที่ผ่านมาลูกค้ามองนิสสันว่าเป็นแบรนด์เน้นการให้ส่วนลดเพื่อขายให้ได้มากที่สุด ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของแบรนด์เป็นอย่างมาก หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งได้พยายามเปลี่ยนการรับรู้และรูปแบบการตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้น

เช่น การเลือกใช้แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มาทำให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น ไม่ว่าจะป็น “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กับรถปิกอัพ นิสสัน นาวาร่า และ “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ในนิสสัน คิกส์ e-POWER มั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์การตลาดนี้จะสร้างจุดเปลี่ยน ลบภาพลักษณ์เก่าๆ พร้อมทั้งทำให้แบรนด์แข็งแกร่งขึ้น ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นไปสู่วัยรุ่น หนุ่ม-สาว ให้เป็นแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกเจเนอเรชั่น

ปรับกลยุทธ์ด้านราคา
จากที่ได้ประกาศในเรื่องของนโยบายราคาเดียว พร้อมทั้งตั้งราคาให้เหมาะสม โดยไม่ลดราคาหรือทำสงครามราคา ตัวอย่างที่ชัดเจน นิสสัน คิกส์ e-POWER ใหม่ ที่ปรับราคาลงจากรุ่นก่อนหน้านี้ 150,000-190,000 บาท เพราะมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแบตเตอรี่ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักที่ได้นำมาประกอบที่โรงงานในประเทศไทย ส่งผลให้กับต้นทุนการผลิตอย่างมาก จึงสามารถทำราคาได้ ค่อนข้างดี ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดีลเลอร์ไม่มีความจำเป็นต้องลดราคาเหมือนเช่นในอดีต

ยังทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อ
อยู่ระหว่างเตรียมกลยุทธ์ในการโปรโมตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีความมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ การผลิต และจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ามามากกว่า 10 ปี จะสามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานตัวผลิตภัณฑ์ และการดูแลบริการหลังการขายกับลูกค้าคนไทยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำนิสสัน ซากุระ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กะทัดรัด ราคาไม่สูง เข้ามาทำตลาดในประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

ยอดขายครึ่งปี
วันนี้มีตัวเลขยอดขายตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค. 2565 ทำไว้ได้ 10,279 คัน ส่วนแบ่งทางการตลาด 2.9% ต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากปัญหาเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ไม่สามารถผลิตเพื่อส่งมอบลูกค้าได้ ทั้งนี้ ได้พยายามติดตามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง มีการประชุมกับนิสสันทั่วโลกในเรื่องของชิ้นส่วนที่ขาดแคลน รวมถึงปัญหาอื่นๆ เพื่อร่วมกันแก้ไข

ซึ่งทุกอย่างเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน