เป็นไปตามที่หลายฝ่ายวิเคราะห์เอาไว้ว่า เดือนสิงหาคมนี้ การเมืองไทยจะร้อนแรงขึ้นมาอีก ในประเด็นครบ 8 ปีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงจะมีการโต้แย้งถกเถียงกัน ว่าครบจริงคือเมื่อไหร่ ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ใช่หรือไม่

ตอนนี้ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวโดย 99 ปัญญาชน

เข้าชื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ยอมวางมือ ตัดสินใจ ลาออกก่อนจะถึงวันเดดไลน์ เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง ที่สำคัญมองว่าหมดเวลาของพล.อ.ประยุทธ์แล้วอีกด้วย

จากนี้ไปคงจะกลายเป็นกระแสเดือดระอุมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ได้เขียนมัดเอาไว้ว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี มิได้

แม้จะตีความออกมาเป็น 3 แนว แต่แนวทางแรกนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่เป็นนายกฯ หลังการรัฐประหาร ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ เมื่อ 24 สิงหาคม 2557 จึงจะครบ 8 ปี ในวันที่ 23 สิงหาคม 2565 นี้!

ส่วนที่ตีความแนวที่ 2 นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญนี้เริ่มใช้คือ เมื่อ 6 เมษายน 2560 เท่ากับครบ 8 ปีในปี 2568 และอีกแนว นับตั้งแต่เป็นนายกฯ หลังรัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ คือ หลังเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เท่ากับครบ 8 ปีในปี 2570

การตีความ 3 แง่มุมดังกล่าว เป็นมุมทางกฎหมาย

แต่ในทางสังคม ในแง่ชาวบ้าน เห็นอยู่แล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557 เมื่อถึง 23 สิงหาคมนี้ ก็อยู่มาถึง 8 ปีจริงๆ

ไม่ว่าจะอ้างแง่มุมกฎหมายอย่างไร ก็เห็นกันด้วยตาว่า เขาอยู่มา 8 ปีแล้วไง

การตีความทางกฎหมายว่า ยังไม่ครบ 8 ปี นี่แหละจะกลายเป็นปัญหา จะกลายเป็นเรื่องการหาข้ออ้างเพื่อจะอยู่ต่อไปให้ยาวนาน!

ในแถลงการณ์ที่ลงนามโดย 99 ปัญญาชนที่มีชื่อเสียง ระบุไว้ว่า หากตีความรัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุต่อไป จะกลายเป็นปัญหาว่า เป็นการบิดเบือนเพื่อเข้าข้างตัวเอง

จะเกิดปัญหาขาดความชอบธรรม นำมาสู่ความขัดแย้งแตกแยกลุกลามบานปลาย

เพราะฉะนั้นการยอมเสียสละ วางมือก่อนถึง 24 สิงหาคม จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ต้องจับตากันต่อไปว่า จะเกิดการเคลื่อนไหวอื่นใดตามมาเป็นระลอกคลื่นหรือไม่

แน่นอนว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์หรือคนรอบข้าง จะยกข้ออ้างทางกฎหมาย เพื่อยืนยันว่า ไม่ควรนับตามแนวแรก

จะสามารถอธิบายได้หรือไม่ว่า นี่ไม่ใช่การตีความเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัว!?!

ถ้าทำความเข้าใจกับสังคมได้ว่า ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เอากลไกทางกฎหมายมาโอบอุ้มเพื่อให้ตัวเองอยู่ต่อไปยาวนาน

ถ้าไม่เกิดแรงต้านก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีแรงค้านกลายเป็นเรื่องร้อน ก็น่าคิด

ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่รัฐบาลนี้ไม่ได้ทำให้ประชาชนประทับใจ

เสียงเรียกร้องให้ยอมเสียสละ อาจกระหึ่มเป็นแรงกดดันมหาศาล!

วงค์ ตาวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน