เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่กองบิน 41 กองทัพอากาศ จ.เชียงใหม่ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดซื้อโครงการเครื่องบิน F-35A จำนวน 2 ลำ หลังถูกคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน สภาผู้แทนราษฎร ตัดออกจากงบประมาณปี 2566 และได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ซึ่งเครื่องบิน F-35 A ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่ดีที่สุดของโลก ใช้กับอาวุธได้หลายอย่าง รวมถึงอาวุธที่ทอ.มีใช้ในปัจจุบัน จึงไม่จำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธเพิ่มเติม หากในอนาคต มีอาวุธใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพก็สั่งซื้อเพิ่มได้ โดย F-35 ถูกออกแบบมาให้รองรับกับอาวุธใหม่ๆ

พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวต่อว่า ทอ.จัดซื้อ โดยแบบวิธี ความช่วยเหลือทางการทหาร (FMS) ซึ่งจัดซื้อเจรจาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล จึงมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ นับเป็น กระบวนการจัดซื้อที่เป็นแบบอย่างที่ประชาชนต้องการ ทั้งนี้ การไปเจรจา รัฐบาลไม่สามารถไปแบบมือเปล่าได้ จะต้องมีความพร้อมเรื่องงบ และแผนดำเนินการที่สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้ขายเห็นความพร้อม ดังนั้น หากเครื่องบิน F-35A ผ่านการอนุมัติ เราใช้งานไปอีก 35-40 ปีเช่นเดียวกับ F-16 ย้ำว่า F-35 A เป็นเครื่องบินล้ำสมัย เต็มไปด้วยเทคโนโลยี จะเกิดการศึกษาเรียนรู้ การถ่ายโอนเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาคนและงาน รวมถึงความมั่นคงของชาติด้วย

เมื่อถามว่าหากผ่านขั้นตอนสภาของไทยแล้ว แนวโน้มที่จะผ่านสภาคองเกรสของสหรัฐ มีมากน้อยเพียงใด ผบ.ทอ. กล่าวว่า ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส เรายังมีโอกาส สิ่งสำคัญที่สุดคือเราได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศของสหรัฐ ดังนั้น ถ้าเราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชน เชื่อว่าเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จจะมีสูงอย่างมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน