วันที่ 4 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 1 ปี น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีเสียบบัตรแทนกัน โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน 2 ปีว่า กรณีนี้ถือว่ายังมีสภาพเป็นส.ส. แต่จะไม่นับเป็น จำนวนส.ส. และผู้ต้องคำพิพากษา สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ส่วนการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ด้านน.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า ขอชี้แจงว่า วันลงมติกฎหมาย ระบบเครื่องลงมติได้ใช้งานจริงวันแรก และมีปัญหาเครื่องขัดข้อง ตนเป็นส.ส.ใหม่ จึงไม่กล้าดึงบัตรออก เพราะยังถกเถียงเรื่องระบบมีปัญหา ในช่วงที่ต้องรีบไปภารกิจงานเสวนาเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ ยืนยันไม่มีเจตนา ไม่เคยใช้ให้ใครกดบัตรแทน แต่ต้องเคารพการตัดสินของศาล และคำตัดสินอาจจะเป็นบรรทัดฐานให้กรณีของพรรคอื่นที่กำลังตามมา แม้รายละเอียดจะ ต่างกรรมต่างวาระกันอย่างสิ้นเชิง แต่ถือเป็นคราวเคราะห์ที่ประมาทเลินเล่อ
น.ส.ธณิกานต์กล่าวว่า การที่ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี แม้ดูไม่ร้ายแรง แต่มีผลทำให้ตนถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต เพราะขาดคุณสมบัติ ซึ่งตนมีข้อมูลพร้อมพิสูจน์ตัวเอง และใช้สิทธิ์ต่อสู้ตามกระบวนการในชั้นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ขอให้ศาลเมตตาให้ความเป็นธรรม โดยดูที่เจตนาและพิจารณาครบทุกองค์ประกอบรอบด้าน ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคำแนะนำ ซึ่งนักกฎหมายหลายคนดูแล้วก็ตกใจ เพราะไม่ปรากฏหลักฐานใดว่ามีการกระทำเช่นนั้น ก็ให้เคารพคำพิพากษาศาล จะนำมาปรับปรุงและวางแนวทางทำงานให้ละเอียดรอบคอบขึ้น เชื่อว่าอุปสรรคคดีทางการเมืองที่เจอจะทำให้ตนแข็งแกร่ง อดทนและเปิดมุมมองกว้างขึ้น