หนู พา ‘อดีตนายกฯนิด’ เยี่ยมห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าในรอบ 2 ปี บรรยากาศชื่นมื่น ก่อนนำ เศรษฐา รับรางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติด้านการศึกษา อนุทิน ขอบคุณ พร้อมสานต่อ ช่วง 2-3 ปี ช่วยลดจำนวนเด็กไทยหลุดออกนอกระบบการศึกษาลดลงจาก 1 ล้านคน เหลือ 6 แสนคน เศรษฐาบอกอบอุ่น ไม่ต้องแนะนำอะไร ชม‘หนู’ ทำงานโอเคแล้ว

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ก.ค.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคล และหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษา พร้อมตอกย้ำเป้าหมายการคืนโอกาสทางการศึกษา และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กไทยอย่างทั่วถึง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การมอบรางวัลในวันนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ริเริ่ม และผลักดันโครงการ Thailand Zero Dropout ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษา ได้กลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม ได้รางวัลเกียรติยศประจำปีนี้ด้วย

โดยนายเศรษฐา มาถึงในเวลา 15.15 น. ได้ถ่ายรูปร่วมกับรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็ก และเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) บริเวณหน้าแบ็กดรอป ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไปพบกับนายอนุทิน

นายอนุทิน ได้พานายเศรษฐาไปที่ห้องทำงาน จากนั้นเวลา 15.30 น. นายอนุทิน และนายเศรษฐา ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าด้วยกันโดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อเข้าร่วมงานที่ตึกภักดีบดินทร์ ซึ่งนายอนุทิน หันมาหาผู้สื่อข่าว และถามว่า “นี่ใครมา” โดยชี้ไปที่นายเศรษฐา ก่อนที่นายอนุทิน และนายเศรษฐา จะเดินไปนั่งด้วยกัน

ทั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.2567 ที่นายเศรษฐา เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากพ้นตำแหน่ง

จากนั้น นายอนุทิน กล่าวในพิธีเปิดงานตอนหนึ่งว่า ต้องบอกว่าวันนี้ตื่นเต้นที่ผู้บังคับบัญชามาเยือนถึงที่ ตนถือว่าอย่างไรก็เคยเป็นรัฐมนตรีร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ซึ่งตนได้รับความไว้วางใจจากท่าน โดยดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยที่กระทรวงศึกษาธิการมีพล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นรมว.ศึกษาธิการ

โครงการ Thailand Zero เป็นโครงการที่มาจากการริเริ่มของนายเศรษฐา โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการสานต่อให้นโยบายของท่านได้บรรลุผลสัมฤทธิ์

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ แสดงให้เห็นว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชน และเปลี่ยนอนาคตของประเทศได้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับความเสมอภาคด้านการศึกษา เพราะเชื่อว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศ คือศักยภาพของประชาชน

ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกล้วนได้รับการพัฒนาแล้วในทุกมิติ ประเทศไทยจึงต้องลงทุนในทุนมนุษย์ทุกมิติ และทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในวัยศึกษาเล่าเรียนที่เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับเด็ก และเยาวชน ที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้หมดไป เพราะเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไม่เพียงหลุดออกจากห้องเรียน แต่หลุดออกจากโอกาสหลายอย่างในชีวิต

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงสานต่อ และสนับสนุนนโยบาย Thailand Zero และยกระดับสู่ Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงแต่พาเด็กกลับเข้าสู่ห้องเรียนเท่านั้น แต่มุ่งพาเด็กไปสู่อนาคตที่มั่นคง มีทักษะตามความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า ตนยินดีที่ทราบว่าจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้เด็ก และเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาจาก 1,000,000 คน เหลือประมาณ 600,000 คน ถือว่าในช่วง 2-3 ปี ที่เราทำ การลดจำนวนเด็กเหล่านี้จนเกือบถึงครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่

ตนขอขอบพระคุณนายเศรษฐา อีกครั้งที่ริเริ่มนโยบายนี้ รวมถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ที่นำนโยบายนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอบคุณผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันกันขับเคลื่อนจนเกิดผลเป็นรูปธรรม

หัวใจสำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับพื้นที่ ตนจึงขอให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ได้บูรณาการทุกหน่วยงานค้นหาเด็ก ซึ่งต้องให้ได้เป็นรายบุคคลเพื่อเชื่อมโยงความช่วยเหลือติดตามอย่างต่อเนื่อง และปลดล็อกอุปสรรคการเรียนรู้ของเด็ก พร้อมฝากนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ให้ช่วยดูแลเด็ก และครอบครัวอย่างใกล้ชิด ถือเป็นการให้บริการทางสังคมเป็นจิตอาสาอย่างหนึ่ง

นายกฯ ยังได้เชิญชวนภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สิ่งเหล่านี้คือการลงทุนระยะยาว เพราะการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้มีการศึกษา และมีงานทำ เท่ากับเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพให้กับประเทศ

รางวัลที่ท่านได้รับในวันนี้เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นการแสดงความชื่นชม เป็นความเคารพศรัทธา ในความมุ่งมั่นตั้งใจของท่าน แต่จุดนี้ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดในภารกิจที่เรามีร่วมกัน เพราะอนาคตของชาติขึ้นอยู่กับเด็กเยาวชน และอนาคตของเด็กและเยาวชน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุดคนในสังคมที่ต้องร่วมกันประคับประคอง เพื่ออนาคตของประเทศไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า การที่นายเศรษฐามาเยี่ยมออฟฟิศเก่าของท่านในวันนี้ ถือเป็นสิริมงคลของตน และด้วยความสัมพันธ์ที่ตนให้ความเคารพนับถือท่านมาตลอด ท่านยังคงให้คำแนะนำดีๆในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และให้ข้อคิดอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ขอให้ทุกท่านรับทราบว่าทำไมตนถึงต้องพูดถึงท่านเศรษฐาบ่อยๆ เพราะนี่คือสิ่งที่ตนได้รับจากท่าน

ขณะที่นายเศรษฐา เปิดเผยภายหลังรับรางวัลถึงการกลับเข้าทำเนียบครั้งแรกในรอบ 2 ปี ว่าอบอุ่นดี นายอนุทินให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่าได้มีโอกาสแนะนำแนวทางการทำงานกับนายอนุทินบ้างหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่มี ท่านโอเคแล้ว เป็นพี่น้องมากกว่า”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน