ชัยนาท – น.ส.นภาพันธ์ โชคอำนวยพร อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) จันทรเกษม เปิดเผยเกี่ยวกับโครงการอาหารท้องถิ่นลาวเวียง องค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนว่า โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และได้นำผลงานมาจัดแสดงในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565” เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมของชาวลาวเวียง ต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท มีโครงการย่อยทั้งหมด 5 โครงการย่อย คือ 1.รวบรวมข้อมูลวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นลาวเวียง 2.ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการ และสารต้านอนุมูลอิสระของอาหารลาวเวียง 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นลาวเวียง 4.การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และศึกษาอายุการเก็บ 5.การพัฒนาสื่อ
ชาวลาวเวียงย้ายถิ่นฐานมาจากเวียงจันทน์ สปป.ลาวสมัยรัชกาลที่ 3 ยังคงวัฒนธรรมประเพณีในเรื่องของการแต่งกาย มีผ้าฮ่อมที่เป็นสีน้ำเงิน แต่มีการปักลาย ใส่ผ้าซิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยทางคณะวิทยาการจัดการของมรภ. จันทรเกษม เข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน เป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีเรื่องความเชื่อ เรื่องบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีบ้านอายุร้อยปี มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารที่ยังคงอยู่ แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาบ้าง ที่เด่นๆ คือแจ่วหม้อ ทำจากหมูและมีส่วนผสมของพริก หอมแดง กระเทียม และใส่น้ำปลาร้า มีน้ำมะขามเปียกและข้าวคั่ว ถ้าไส้อั่วของภาคเหนือไม่ใส่ปลาร้าและข้าวคั่ว อันนี้เป็นน้ำพริกแบบแจ่ว สมัยโบราณทำใส่ในหม้อเลยเรียกแจ่วหม้อ เก็บได้นาน แต่ทางมรภ.จันทรเกษมพัฒนาให้เหมือนไส้อั่วเพื่อเก็บได้นานขึ้น และสามารถจำหน่ายนอกชุมชนได้ เพราะตอนนี้มีจำหน่ายในชุมชนเท่านั้น

ส่งเสริม – น.ส. นภาพันธ์ โชคอำนวยพร อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และคณะ โชว์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้ไปส่งเสริมและพัฒนาให้กับชาวลาวเวียงในต.เนินขาม อ.เนินขาม จ.ชัยนาท ซึ่งในอดีตอพยพมาจากสปป.ลาว และยังคงรักษาวัฒนธรรม-อาหารลาวเวียงไว้หลายอย่าง
ในส่วนผลิตภัณฑ์มีทั้งหมด 4 ประเภท คือ บ้องแจ่วหม้อ ขนมก้นกระทะ สมัยโบราณนำข้าวเจ้ามาโม่ด้วย โม่หินแล้วผสมเกลือ ไปทอดและร่อนในกระทะคล้ายๆ กับไข่เจียว จึงพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้มีขนาดเล็กลง บริโภคได้ง่ายและใส่ส่วนผสมอื่นๆ เข้าไป และมีขนมหมก คล้ายๆ กับขนมเทียน มีการห่อใบตองแล้วพัฒนามาทำในลักษณะไดฟุกุให้รับประทานง่ายและมีสีสันสวยงาม นอกจากนี้มีน้ำพริกแกงบอนที่พัฒนาให้เก็บได้นานขึ้น ซึ่งแกงบอนของชาวลาวเวียงเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์มีรสชาติหวานนำ และมีรสเปรี้ยวเค็ม ทั้งนี้ชาวลาวเวียงจะเด่นเรื่องทอผ้า จึงอยากทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม