ปืน.38ขู่-กวาดไป17สลึงยิงกระจกหนี-ทุลักทุเล
รตอ.วัยเกษียณโชว์จับสารภาพหาเงินซื้อข้าว

จับทันควันโจรเฒ่าวัย 70 ควงปืน .38 บุกห้างทองย่านบางแคชิงทองคำ รวม 17 เส้น พอจะหนีพนักงานปิดสวิตช์ประตูอัตโนมัติจนออกไม่ได้ กระโดดถีบหลายครั้ง ก่อนยิงจนกระจกแตกทั้งบานแต่สุดท้ายหนีไปจนมุมในลาดจอดรถตึกร้าง เพราะมีตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ไม่ไกลประสบเหตุแจ้งขอกำลังล้อมจับได้ อ้างติดหนี้สินจนไม่มีค่าน้ำค่าไฟ ไม่มีจะกิน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ขณะที่ ด.ต.สาโรจน์ จงเจริญ ผบ.หมู่จร. สน.หลักสอง กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่ใกล้กับตลาดบางแค ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าเดอะมอลล์ บางแค แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชเอ็มโกลด์ และกำลังหลบหนี จึงรีบแจ้งขอกำลังเสริมตามจับกุมคนร้ายไว้ได้ ทราบชื่อนายบวร เดชาคนีวงศ์ อายุ 70 ปี พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 พร้อม 4 นัด นอกจากนี้ยังพบบีบีกันอีก 1 กระบอก และสร้อยคอทองคำ 17 เส้น

โจรเฒ่า – ภาพวงจรปิดนาทีนายบวร เดชาคนีวงศ์ เฒ่าวัย 70 ปี ควงปืนบุกจี้ร้านทองย่านบางแค กทม. ก่อนถีบและยิงประตูกระจกนิรภัยหลบหนีไปอย่างทุลักทุเล สุดท้ายจนมุมในตึกร้างใกล้ที่เกิดเหตุ สารภาพหนี้สินท่วมและไม่มีจะกิน

ด.ต.สาโรจน์กล่าวว่า ขณะที่กำลังยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้ยินเสียงดังออกมาจากร้านทอง ก่อนจะมีชาวบ้านตะโกนแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้าน และยิงประตูกระจกนิรภัยหลบหนี เมื่อตรวจสอบเห็นคนร้ายกำลังวิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามจึงรีบขอกำลังเสริมเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งเข้าไปยังลานจอดรถของห้างไอทีแกรนด์ ซึ่งเป็นตึกร้างและปิดบริการไปแล้ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดตามเข้าไปและจับกุมตัวได้ในที่สุด

ร.ต.อ.สถิตย์ อิ่มที่สุด รอง สว.จราจร สน.หลักสอง เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้รับแจ้งขอกำลังเสริม เนื่องจากมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ร้านทอง และอยู่ระหว่างเดินเท้าหลบหนี เมื่อไปถึงเห็นคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำ และนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่หมวกแก๊ป สะพายกระเป๋าเป้สีดำ วิ่งหลบหนีข้ามถนนไปยังลานจอดรถห้างไอที แกรนด์บางแค จึงติดตามไปพร้อมกับ ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงดารา ผบ.หมู่จร. พร้อมชักปืนเตรียมความพร้อม ขณะที่กำลังติดตามไปยังลานจอดรถเห็นคนร้ายนอนซ่อนตัวอยู่ข้างต้นกล้วย จึงเข้าจับกุม คนร้ายยอมให้ควบคุมตัวแต่โดยดี พร้อมยึดของกลางดังกล่าว

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเดินเปิดประตูเข้ามาในร้าน ก่อนจะชักอาวุธปืนลูกโม่ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง ขู่พนักงานสาวของร้านที่ยืนเฝ้าหน้าเคาน์เตอร์อยู่ 2 คน ให้เปิดตู้กระจกส่งทองใส่ถุงดำที่เตรียมไว้ ก่อนพนักงานจะหยิบถาดสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึงให้คนร้าย และรีบหลบเข้าไปหลังร้าน ขณะที่คนร้ายกำลังจะหนีออกมา พนักงานได้ปิดประตูกระจกนิรภัยทำให้คนร้ายไม่สามารถหนีออกมาได้จึงถีบประตูอยู่หลายครั้ง ก่อนจะใช้ปืนยิงประตู 1 นัด จนแตกละเอียด และถีบกระจกออกมา เดินหลบหนีไป และถูกตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 เปิดเผยผลสอบสวนว่า สอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าโดยอ้างว่าสาเหตุที่ตัดสินใจทำนั้น เพราะไม่มีจะกิน เนื่องจากค้างค่าไฟห้องเช่าที่อยู่บริเวณวัดดุสิตฯ ย่านบางยี่ขัน เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท ตัดสินใจนั่งรถประจำทางดูลาดเลาเลือกร้านทองที่ค่อนข้างเล็กแทนร้านใหญ่ เพื่อสะดวกในการก่อเหตุบริเวณดังกล่าว สำหรับประวัติผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้างกรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรี และชื่นชอบในการเข้าป่า มีความเชี่ยวชาญและมีอาวุธปืน เหลือแค่ตัวเองเพียงคนเดียวครอบครัวแยกกันอยู่ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา ชิงทรัพย์, พกพาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร,ทำให้เสียทรัพย์ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินคดี

“สำหรับจราจรที่ร่วมจับคนร้ายนั้นแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกัน มี สน.หลักสอง และสน.เพชรเกษม ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคนดังกล่าวที่แม้อีก 1 ปีจะเกษียณอายุราชการ รวมอายุเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมและผู้ถูกจับกุมเกือบ 130 ปี แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคนดังกล่าว ยังมีจิตใจที่รักในการปฏิบัติหน้าที่และมีไหวพริบที่ดีที่เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ในสุด” ผบก.น.9 กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน