อ่านสนุก‘วิทยาศาสตร์เปิดโลก’

บุ๊กสโตร์

“สํานักพิมพ์มติชน” เสนอหนังสือวิทยาศาสตร์อ่านสนุกรับวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

“Who We Are and How We Got Here ดีเอ็นเอปฏิวัติ” โดย เดวิด ไรช์ (David Reich) นักพันธุศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านจีโนม จะพาไปค้นพบศักยภาพของดีเอ็นเอโบราณที่ช่วยประกอบภาพจิ๊กซอว์ให้เราเข้าใจว่า “เราคือใคร และเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร”

นำสู่อดีตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ผ่าน ร่องรอยที่หลงเหลือของดีเอ็นเอโบราณ ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีจะพาไปถึง คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับมนุษย์ในอดีต และเผยให้เห็นข้อเท็จจริงของการอพยพย้ายถิ่นฐาน และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประชากร รวมถึงองค์ความรู้ใหม่ของสาขาพันธุศาสตร์

และนี่ไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์เชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธุศาสตร์ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม

หนึ่งในเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติจีโนม คือในอดีตที่ผ่านมาไม่นาน ประชากรมนุษย์แต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันไม่แพ้ในปัจจุบัน หากลองสกัดดีเอ็นเอจากโครงกระดูกอายุ 10,000 ปี จะพบว่าโครงสร้างประชากรในยุคนั้นแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง ผู้คนในปัจจุบันเป็นลูกผสมของประชากรในอดีตซึ่งก็เป็นลูกผสมเช่นกัน

แนวคิดโบราณเมื่อศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งบอกว่าประชากรมนุษย์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันจนแทบไม่มีความแตกต่างทางชีววิทยา เป็นความคิดที่ล้าหลังไปแล้ว พร้อมกันนั้นก็ชี้ว่าแนวคิดเหยียดเชื้อชาติที่มีมาเนิ่นนาน ยิ่งขัดแย้งกับข้อมูลทางพันธุกรรม

สิ่งที่การปฏิวัติทางจีโนมสอนเราได้ คือการทำความเข้าใจว่าเราเป็นใคร และมองให้เห็นความหลากหลายอันน่าทึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งในปัจจุบันและในอดีต การผสมข้ามพันธุ์คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งหมายความว่าพวกเราทุกคนล้วนมีความเกี่ยวดองกัน และต่างเป็นลูกผสม

“บรรพบุรุษของพวกเราจะเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะการปฏิวัติทางจีโนมพันผูกพวกเราเข้าแล้วด้วยกัน หากเราหยุดคิดเสียสักนิด ละทิ้งความเชื่อเลวๆ อย่างการเหยียดเชื้อชาติและการคลั่งชาติ เราจะเห็นเองว่ามรดกของเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็นของพวกเราทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน…ประชากรเกือบทุกกลุ่มในปัจจุบันเป็นผลพวงจากการผสมครั้งแล้วครั้งเล่าที่เกิดขึ้นมาหลายพันหลายหมื่นปีก่อน การผสมข้ามกลุ่มเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ และไม่มีใครที่เป็นหรือสามารถอ้างได้ว่าเป็นสายเลือดบริสุทธิ์”

“All about Clouds เล่มนี้มีเมฆมาก” รวมความรู้และความรื่นรมย์จากการชม “เมฆ” เสนอสู่ผู้สนใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบนท้องฟ้า โดยเฉพาะเมฆ ตั้งแต่ระดับนักชมเมฆทั่วไป จนถึงระดับผู้คลั่งไคล้เงยหน้ามองฟ้าหาเมฆก้อนสวยทุกวันทุกเวลา

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ ค้นคว้ารวบรวมรายละเอียดข้อมูลและภาพของเมฆแต่ละชนิด รูปแบบของแสง ฝน ลม อากาศ หลักการอุตุนิยมวิทยา ซึ่งส่งผลต่อการก่อตัวของเมฆ กระทั่งกลวิธีในการเก็บภาพเมฆให้ได้มุมมองที่งดงาม

ยังสนุกด้วยเกร็ดทางวัฒนธรรมและตำนานพื้นบ้านที่สรรมาเล่า ย้ำยืนยันว่าท้องฟ้าและมวลเมฆนั้น เป็นที่สนใจของผู้คนมาตั้งแต่โบราณ อย่างเรื่อง อาทิตย์ 5 ดวง และ อาทิตย์ 7 ดวง-เรื่องเล่าของชาวกรีกโรมัน, แถบโค้งสนธยาและสายคาดเอวของวีนัส หรือท้องฟ้าลายปลาแมคเคอเรล

“เมฆคือปัจจุบันขณะ ท้องฟ้าแต่ละแบบ เมฆแต่ละก้อน เกิดขึ้นชั่วขณะเดียวเท่านั้น เสมือนเป็นลายนิ้วมือระบุอัตลักษณ์บุคคล ท้องฟ้าแบบไหนแบบนั้น เมฆก้อนใครก้อนมัน ไม่มีทางเกิดขึ้นซ้ำอีก เราในฐานะผู้สังเกตการณ์จดจำมันด้วยสายตา บันทึกมันได้ในรูปแบบภาพถ่าย ความน่าหลงใหลของมันอยู่ ตรงนั้น”

“เธอ ฉัน สวรรค์ นรก” ชวนเข้าใจวิทยาศาสตร์ง่ายๆ ด้วยเรื่องของตัวเองและตัวเธอ วิทยาศาสตร์บนความสัมพันธ์ ที่จะเปิดอก สำรวจใจ ไขความรู้สึก และพาไปท่องสารพันอารมณ์และพฤติกรรมที่พาหัวจะปวดของตัวเอง ผู้อื่น และเธอคนนั้น รู้ทันสวรรค์ในอก ไขปริศนานรกในใจ สำรวจสารพันอารมณ์รัก เศร้า เหงา หึงหวง ยันหัวร้อนทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านงานวิจัยเเละคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แบบย่อยง่าย

อย่างเช่น รวมปัจจัยที่ทำให้คนเราตกหลุมรักกัน หรืองานศึกษาที่พบว่าเด็กซนเหลือขอหลังห้อง ผ่านไป 40 ปี พวกเขาประสบความสำเร็จมากกว่าเด็กดี รวมถึงงานวิจัยว่าด้วยการรักษาแผลใจที่ทำโดยนักศึกษาระดับปริญญาตรีรวม 155 คน ซึ่งเพิ่งอกหักมาหมาดๆ พบว่ามีอยู่ 71% ที่ใช้เวลา 11 สัปดาห์หรือราวๆ เกือบ 3 เดือนในการฟื้นตัวหลังจากโดนหักอกจนกลับมามีชีวิตประจำวันตามปกติได้

…พบทุกเล่มวิทยาศาสตร์เปิดโลกอ่านสนุกได้ที่ www.matichonbook.com

ผู้สื่อข่าวหรรษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน