เปิดฉากสัปดาห์ใหม่ การเมืองไทยเข้าสู่จุดเขม็งเกลียวมากขึ้นทุกที เริ่มจากวันจันทร์ที่มีการจัดประชุมรัฐสภา ที่เรียกกันว่าเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของฝ่ายต้องการสูตรปาร์ตี้ลิสต์ ชนิดหาร 500 แต่ถ้าลงเอยองค์ประชุมไม่ครบอีก สภาล่มอีก คราวนี้ก็เป็นอันจบเห่ ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 ในที่สุด
แต่หลังฉากไม่ใช่แค่การต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับขั้วอำนาจเก่า แต่ยังเป็นการงัดข้อภายในเครือข่ายผู้มีอำนาจเองอีกด้วย
เป็นเรื่องร้อนประเดิมวันเริ่มต้นสัปดาห์
ถัดจากนั้นจะยิ่งร้อนระอุมากขึ้นไปอีก เมื่อพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตีความระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดยฝ่ายค้านระบุว่า จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
ที่สำคัญในการยื่นคำร้อง จะแนบบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานเข้าไปด้วย!
บันทึกความเห็นของนายมีชัยและนายสุพจน์นี่แหละ ที่แวดวงนักกฎหมายเชื่อว่า มีน้ำหนักอย่างมหาศาล
เพราะเป็นการเปิดเผยเจตนารมณ์ของคนเขียนรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่บัญญัติให้นายกฯ ต้องดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปี
บอกกันชัดว่า ต้องนับรวมตั้งแต่ตอนเป็นนายกฯ ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้าไปด้วย!
อ่านแล้วเท่ากับเป็นการอธิบายอย่างไม่อ้อมค้อมว่า ต้องเริ่มนับตั้งแต่การเป็นนายกฯ หนแรก คือ ตั้งแต่ 24 สิงหาคม 2557
บรรดานักวิชาการด้านกฎหมายบอกว่า บันทึกของมีชัย-สุพจน์ คือเบาะแส คือหลักฐานสำคัญสุด!!
แต่ก็นั่นแหละ การเมืองประเทศไทย ไม่เคยมีมาตรฐาน
จึงยังสรุปง่ายๆ ไม่ได้ว่า ในเมื่อข้อกฎหมายชัดเจน คนที่เขียนรัฐธรรมนูญบอกเองว่า เขียนประเด็น 8 ปี ต้องนับตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ก็อย่าได้ประมาทว่า จะยอมรับแต่โดยดี จะยอมจบกันง่ายๆ!?!
ลงเอยอาจมีทางออกแบบสุดพิสดารพันลึกให้เห็นกันก็เป็นได้
ตามสภาพที่บ้านเมืองเราอะไรก็เกิดขึ้นได้ ด้วยไม่ใช่ประเทศที่มีความตรงไปตรงมา
เราอาจจะแปลความกันอย่างตรงไปตรงมา ในเมื่อคนที่เขียนรัฐธรรมนูญได้บอกเจตนารมณ์ในการกำหนด 8 ปีของนายกฯ โดยเริ่มนับตั้งแต่เป็นนายกฯ ก่อนจะประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
เท่ากับลบล้างประเด็นที่พยายามจะตีความว่า รัฐธรรมนูญเริ่มใช้เมื่อปี 2560 ไม่มีผลย้อนหลังไปถึงกรณีที่เป็นนายกฯ เมื่อปี 2557
ทั้งประธานร่างรัฐธรรมนูญและรองประธานร่างรัฐธรรมนูญ บอกเองว่า รวมไปถึง 2557 แน่นอน
จึงน่าจับตาอย่างมากว่า จะหาช่องออกกันพิลึกพิลั่นแบบไหน และจะนำไปสู่อะไร
สถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ จึงต้องบอกว่าเข้าสู่จุดเขม็งเกลียวอย่างยิ่ง!?!
วงค์ ตาวัน