“สิม” ภาษาพื้นถิ่นในวัฒนธรรมลาวล้านช้างและภาคอีสานของประเทศไทย หมายถึง โบสถ์ หรือ อุโบสถ

ลักษณะโดยทั่วไปของสิมอีสาน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สิมบก ที่สร้างอยู่บนบกลักษณะเป็นอาคารถาวร และสิมที่สร้างอยู่ในน้ำ เช่น สระ หนอง บึง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสิมโปร่ง และสิมทึบ

ในปัจจุบันสิมอีสานเหล่านี้บางแห่งอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม แต่ก็มีสิมหลายแห่งที่ชุมชนช่วยกันอนุรักษ์ รวมทั้งกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนไว้
ในกลุ่ม 4 จังหวัดภาคอีสานตอนกลาง ประกอบด้วย จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ ก็เป็นจังหวัดที่มีสิมแบบอีสานดั้งเดิมหลงเหลืออยู่จังหวัดละหลายแห่ง

สิม แต่ละแห่งอาจจะมีอายุการสร้างและสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไป บริเวณผนังทั้งด้านนอกและด้านในมักจะมีฮูปแต้ม หรือจิตรกรรมฝาผนังปรากฏอยู่เสมอ ในส่วนของเนื้อหาจะเป็นพุทธประวัติ ทศชาติชาดก สังข์ศิลป์ชัย เป็นต้น บางแห่งช่างที่วาดภาพก็อาจวาดวิถีชีวิตชาวบ้านแทรกเข้าไปเพื่อเป็นสีสันกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ทั้งสิมอีสานและฮูปแต้ม จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า
สำหรับการเดินทางเพื่อเที่ยวชมสิมอีสาน ในเขตอีสานตอนกลาง เริ่มที่จังหวัดมหาสารคาม วัดที่มีสิมโบราณและฮูปแต้ม คือ 1.สิมวัดป่าเรไร ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2224 และได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อปีพ.ศ.2460 สิมหลังนี้มีฮูปแต้มฝีมือการวาดที่งดงามมาก ปรากฏให้เห็นอยู่ทั้งด้านนอกและด้านในของสิม ด้านนอกเป็นเรื่องรามเกียรติ์และพระเวสสันดรชาดก ด้านในเป็นเรื่องพุทธประวัติ และพระมาลัย นอกจากนั้นช่างยังเขียนสอดแทรก วิถีชีวิตของชาวอีสานเข้าไป

สิมหลังที่ 2 ที่มีฮูปแต้มโบราณ คือ สิมวัดโพธาราม บ้านดงบัง ต.ดงบัง อ.นาดูน อยู่ไม่ห่างจากวัดป่าเรไร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2451 ช่างที่เขียนภาพฝาผนังคือช่างที่เขียนภาพฝาผนังวัดป่าเรไร ภายในสิมจะวาดเป็นเรื่องราวพุทธประวัติพระเวสสันดรชาดก และรามสูร เมขลา ส่วนด้านนอกเป็นเรื่องสินไซ พระเวสสันดร พระมาลัย

ด้านจังหวัดกาฬสินธุ์ มีวัดที่มีสิมอีสานโบราณอยู่หลายแห่ง อาทิ วัดสว่างโพธิ์ศรี บ้านหนองแวงฮี ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ สิมโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 25 รูปแบบเป็นศิลปะแบบพื้นถิ่นอีสาน มีฮูปแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังบริเวณด้านนอกเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก บริเวณหน้าบันด้านทิศตะวันตกประดับลายเทพนม และด้านตะวันออกประดับเป็นภาพพระอินทร์ เป็นต้น และอีกแห่งที่วัดโพธิ์ชัยบ้านใหญ่-โคกคำ บ้านโคกใหญ่ หมู่ที่ 1 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นชุมชนเก่าแก่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2304 สิมอีสานโบราณที่ปรากฏสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2479 บริเวณหน้าบันด้านหน้าเป็นภาพลายเทพนม ที่ผนังด้านในสิมบริเวณเหนือประตูและหน้าต่างทั้งสี่ด้านเขียนเรื่องเวสสันดรชาดก แต่ ไม่ครบทุกกัณฑ์

ส่วนสิมอีสานโบราณในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด อาทิ วัดขอนแก่น เหนือ ต.ขอนแก่น อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นสิมที่มีความโดดเด่น ด้วยเครื่องไม้ ที่หน้าบันประดับด้วยลายแกะไม้รูปดอกไม้ รังผึ้งสลักเป็นลายพรรณพฤกษา บริเวณผนังด้านนอกตั้งแต่หน้าจั่วเหนือกรอบประตูช่วงกลางเป็นภาพพุทธประวัติตอนปราบพญามาร ตอนตรัสรู้ เป็นต้น

วัดจักรวาลภูมิพินิจ ต.หนองหมื่นถ่าน อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ก็มีสิมอีสานโบราณเช่นกัน ลักษณะศิลปกรรมแบบพื้นเมืองอีสาน ที่บริเวณหน้าบันมีลวดลายแกะสลักไม้ ส่วนผนังสิมด้านนอกมี ฮูปแต้ม เป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติตอนมารผจญ และภาพองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าขณะปลงเกศา ส่วนด้านในสิมจะเป็นฮูปแต้มวรรณคดี พื้นเมืองเรื่องสังข์ศิลป์ไชย

ด้านจังหวัดขอนแก่น ก็มีสิมโบราณอีสาน คือ สิม วัดสระทองบ้านบัว ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นมรดกทางวัฒนธรรม อายุมากถึง 175 ปี มีคุณค่าลักษณะเด่นชัดศิลปะพื้นถิ่นอีสาน เป็น สิมที่ประดับงานปูนปั้นนูนต่ำที่ผนังด้านนอกเป็นรูปฉัตร 3 ชั้น เทวดา ดอกไม้ รูปช้าง และคนขี่ช้าง เป็นต้น

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนสิมวัดสระทองเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี 2544 และเมื่อ พ.ศ.2545 สิมแห่งนี้ยังได้รับรางวัลอาคารทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก (UNESCO)
นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรพลาดเที่ยวชมสิมอีสานและฮูปแต้มโบราณ กลุ่ม 4 จังหวัดอีสานกลาง การคมนาคมสะดวก