สภาพัฒน์ลดเพดานเศรษฐกิจโต ปักหมุดค่ากลางทั้งปี 3% การบริโภค-นักท่องเที่ยวเพิ่มส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 2 โต 2.5% แต่การลงทุนภาครัฐติดลบหนัก 9% ฉุดครึ่งปีแรกโตเพียง 2.4%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยจีดีพีไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัว 2.5% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนขยายตัว 2.3% จากการคลายมาตรการควบคุมการโควิด-19 การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 6.9% อุปโภคภาครัฐขยายตัว 2.4% มูลค่าการส่งออกขยายตัว 9.7% การผลิตภาคเกษตรขยายตัว 4.4% การผลิตภาคนอกเกษตรขยายตัว 2.3% แต่ภาพรวมการลงทุนลดลง 1% จากการลงทุนภาครัฐลดลง 9% แม้การลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 2.3% ทำให้ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจโตเพียง 2.4%
“จีดีพีการขยายตัวที่ 2.5% เป็นการขยายตัวตามตัวเลขจริงที่เกิดขึ้น จากคาดการณ์ว่าจะขยายตัวได้มากกว่า 3% หรือผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 มีโอกาสขยายตัว 3% ปัจจัยที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าคาด น่าจะมาจากภาคการลงทุน”
นายดนุชากล่าวว่า คาดเศรษฐกิจไทยปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 2.7-3.2% มีค่ากลางการประมาณการอยู่ที่ 3.0% เท่ากับการประมาณครั้งที่ผ่านมา โดยขยายตัวสูงขึ้นจาก 1.5% ในปี 2564 และเป็นการปรับช่วงประมาณการให้ แคบลงจาก 2.5-3.5% โดยเฉพาะจากกรอบบนจากเดิม 3.5% ลงมาเหลือ 3.2% เนื่องจากปัจจัยความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นหลังจากธนาคารกลางของหลายประเทศใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด
ขณะที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ที่ส่งผลให้ต้นทุนของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ที่ผ่านมากระทรวงการคลังจะได้ขอความร่วมมือไปยังสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ให้ตรึงดอกเบี้ยไว้ เพื่อลดผลกระทบจากดอกเบี้ย ขาขึ้น และเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็จะทำให้ต้นทุนเพิ่มส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอลง
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบจากรายงานของสภาพัฒน์ ถึงภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปี 2565 ขยายตัว 2.5% ต่อเนื่องได้ 3 ไตรมาสแล้ว เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 โดยนายกฯ กำชับ ให้บรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ติดตามกลไกราคาสินค้าเน้นการพุ่งเป้าที่กลุ่มเปราะบาง การดูแลปัญหาหนี้สินครัวเรือนและเอสเอ็มอีในช่วงดอกเบี้ยที่กำลังปรับขึ้น