การปราศรัยของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่สงขลา ได้กลายเป็น“เดิมพัน”สำคัญ

เป็นเดิมพันเพื่อการต่อรอง 1 ต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ และ 1 ต่ออนาคตทางการเมืองของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

เพราะเป็นการปราศรัยด้วยน้ำเสียงอัน“สั่นเครือ”

ยืนยันถึงการอ้อนวอนและร้องขอให้มวลชน “คนปักษ์ใต้ บ้านเรา”ให้หวนคืนมาให้ความภักดี ต่อพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง

“เดิมพัน” ครั้งนี้มีความสำคัญ ทรงความหมาย

หากมองพัฒนาการของพรรคประชาธิปัตย์อย่างสัมพันธ์กับฐานเสียงใน“ภาคใต้”

ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และค่อยๆ รุกคืบเข้าไปยึดครองพื้นที่ภาคใต้

โดยเฉพาะสถานการณ์พิเศษทางการเมืองยุคหลัง

นั่นก็คือ การเมืองในยุคประชาธิปไตย“ครึ่งใบ” โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และการขึ้นมาอยู่ในความนิยมเป็นอย่างสูงของ นายชวน หลีกภัย

ถึงกับเห็นว่าส่ง“เสาไฟ”ลงสมัครก็ยัง ได้รับ“เลือก”

พรรคประชาธิปัตย์เมื่อขึ้นสู่กระแสสูงก็ค่อยๆเสื่อมทรุด ตกต่ำลงเป็นลำดับ

เป็นความตกต่ำเมื่อปรากฏพรรคไทยรักไทยขึ้น เป็นความตกต่ำพร้อมกับความพ่ายแพ้ในยุคปลายของ นายชวน หลีกภัย

ต่อเนื่องถึงยุค “บัญญัติ” และยุค “อภิสิทธิ์”

การบอยคอตการเลือกตั้ง การยกพวกออก จากรัฐสภาไปเคลื่อนไหวบนท้องถนนจากการนำ ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คือสัญญาณแห่งความตกต่ำ

กระทั่งมาถึงยุคของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อย่างที่เห็น

“เดิมพัน”อันมาจากน้ำเสียงสั่นเครือของ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงทรงความหมาย

เพราะว่าเป็นการฝากอนาคตไว้กับการตัดสินใจของ “ปักษ์ใต้ บ้านเรา”ในขณะที่มีผู้เสนอตัวเข้ามาแข่งขันเป็นจำนวนมากมายอย่างเป็นพิเศษ

คำตอบจะเห็นได้ชัดเมื่อถึงการเลือกตั้งในปี 2566

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน