นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมสภา ผู้แทนราษฎรในวันที่ 17-19 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วาระ 2 และ 3 เริ่มเวลา 09.30 น.ของทุกวันและลงมติในวันที่ 19 ส.ค.
สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีไว้ที่ 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีงบประมาณ 2565 มา 85,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.74% โดยงบส่วนใหญ่ 1,285,474 ล้านบาท หรือ 40% เป็นงบสำหรับบุคลากรภาครัฐ
เมื่อสภามีมติรับหลักการในวาระแรกเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา โดยมีมติปรับลดงบของหน่วยงานต่างๆ 7,644,243,800 บาท หน่วยงานที่ถูกปรับลดมากที่สุด 3 อันดับ คือ 1.กระทรวงกลาโหม ลดลง 2,778,134,500 บาท 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดลง 742,208,000 บาท และ 3.กระทรวงศึกษาธิการ ลดลง 737,486,100 บาท ส่วนหน่วยงานที่ไม่มีการปรับลด คือ กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานอื่นของรัฐ สภากาชาดไทย และส่วนราชการในพระองค์
กมธ.ได้เสนอแปรเพิ่มงบรายจ่ายประจำปี 2566 โดยใช้งบที่มีการปรับลดทั้งหมดมาแปรเพิ่มงบ 10 รายการ เช่น กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 500,000,000 บาท, เงินอุดหนุนการพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขของสถานีอนามัยถ่ายโอน (องค์การบริหารส่วนจังหวัด 49 แห่ง) 1,840,550,000 บาท, เงินอุดหนุนการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงขั้นพื้นฐาน 2,359,853,000 บาท, กรมการข้าว โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวปี 2566 จำนวน 1,256,000,000 บาท, กรมการข้าว โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว 1,021,656,000 บาท