ทำไมกลับไปมา-หาร100กับ500

เรียน บ.ก.ข่าวสด

แปลกแต่จริง ไม่ต้องไปดูที่อื่นให้มาดูในรัฐสภาไทยเรื่องหาร 500 กับหาร 100 เมื่อเดือนกรกฎาคม ยังยกมือเห็นชอบให้หาร 500 เสียงสนับสนุนท่วมท้นเห็นด้วยถึง 354 เสียง มีเหตุผลต่างๆ นานา จนกระทั่งมาวันนี้หาร 500 ตกไป ใช้หาร 100 ทั้งๆ ที่ผ่านมา ระบุว่าถ้าใช้หาร 100 จะไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ไม่สะท้อนปัญหาของประชาชนผ่านตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง สารพัดเหตุผลที่ยกมาอ้าง

นายฉุน

ตอบ นายฉุน

ความจริงจุดเริ่มต้นนั้น มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ดีขึ้นกว่าเดิม และแก้การเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ พร้อมสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์คือหาร 100 เห็นพ้องกันทุกฝ่าย เดินหน้าอยู่ดีๆ วันหนึ่งผู้มีอำนาจกดปุ่มสั่งพรรคการเมืองและส.ว.ที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้ ให้เปลี่ยนไปเป็นหาร 500 แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาหาร 100 ซึ่งช่วยยกระดับการเลือกตั้งให้ดีขึ้นกว่าเก่า

การศึกษากับการเรียนรู้

เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ข่าวสด

กรณีนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปาฐกถาพิเศษเรื่อง เยาวชนร่วมสมัยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ความตอนหนึ่งว่า โรงเรียนสังกัดกทม.อีก 437 แห่ง มีห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ 34 แห่ง พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์สร้างสุขทุกวัยอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการเรียนหรือการศึกษาเท่านั้น รวมทั้งผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้พูดเสมอว่า “การศึกษาไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้”

ผมสงสัยคำว่า “การศึกษาไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้” มันคืออะไร ก็ในเมื่อคำว่า สิกขา และศึกษา เป็นคำบาลีและสันกฤต แปลว่าการเรียนรู้ในคำไทยหรือภาษาไทย เรื่องเดียวกันมันจะไปสำคัญกว่ากันได้อย่างไร การศึกษากับการเรียนรู้ มันคือ อันเดียวกัน บางทีเราก็พูดคล้องจองเป็นคำเดียวกันว่า “การศึกษาหาความรู้” ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติอาจจะเผลอพูดผิดพูดใหม่ได้ครับ

จึงเรียนตั้งข้อสังเกตมาด้วยความเคารพ

ขอแสดงความนับถือ

ครูนอกราชการ

ตอบ ครูนอกราชการ

คำพูดคำนี้ ใช้กันอยู่บ่อยๆ ความหมายคือ การศึกษาตามระบบของเรานั้น ล้าสมัยและเน้นการท่องจำตามตำราไม่สอนให้เด็ก คิดเอง ไม่สอนให้คิดต่าง ถึงขนาดที่ว่าเรียนจบแล้วไปทำงาน ปรากฏว่าไม่สามารถใช้ความรู้ในตำราได้เลย จึงเกิด คำกล่าวที่ว่า การศึกษาตามระบบ ไม่สู้การสอนให้เด็กเรียนรู้บนพื้นฐาน ความจริง และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน จนถึงอาชีพการงาน

เตือนภัยร้านค้า-สลิปปลอม

เรียน บ.ก.

มิจฉาชีพมาแนวใหม่คือใช้สลิปปลอม หลอกทั้งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กระทั่งพ่อค้าแม่ค้าที่นั่งขายอยู่หน้าร้าน ว่าโอนเงินแล้วพร้อมโชว์สลิป แพร่ระบาดมาก เกิดความเสียหายในการค้าขายทางออนไลน์ ทางออกคือให้ใช้แอพฯ ธนาคาร ยอดไม่เข้า ก็จะไม่เด้งให้เห็น หรือใช้เอสเอ็มเอส เวลายอดเงินเข้ามาจะได้รู้ อย่าดูเพียงสลิปเท่านั้นต้องดูยอดเงินเข้า จุดอ่อนของร้านค้าบางร้าน ให้ลูกจ้างขายของแทน และมือถือไม่ได้อยู่ที่ร้าน แต่อยู่กับนายจ้าง ลูกจ้างเห็นแค่สลิปเท่านั้นก็ให้ของไป พวกมิจฉาชีพได้ของไปร้านค้าบางรายกว่าจะรู้ตัวคนร้ายก็หนีไปไกลแล้ว

นับถือ

เตือนภัย

ตอบ คุณเตือนภัย

ขอบคุณที่ช่วยเตือนภัยถึงผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ให้ระมัด ระวัง การใช้สลิปปลอมหลอกลวง เป็นภัยในยุคโลกออนไลน์ที่ต้องเท่าทัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน