คลัง เปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เริ่มตั้งแต่ 19 ส.ค.นี้ รวม 26.5 ล้านคน เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ที่ 1 ก.ย.-31 ต.ค. 2565 ล่าสุดมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการเกือบ 2 แสนราย
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 จะเปิดลงทะเบียนประชาชนทั่วไปในวันที่ 19 ส.ค.2565 เป็นวันแรกจนกว่าจะครบ 26.50 ล้านสิทธิ แบ่งเป็นประชาชนที่เคยใช้สิทธิระยะที่ 4 จำนวน 26.27 ล้านสิทธิ และไม่เคยใช้สิทธิ จำนวน 2.30 แสนสิทธิ และเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 1 ก.ย.-31 ต.ค. 2565 โดยสามารถลงทะเบียนดังนี้
1. กรณีเคยใช้สิทธิระยะที่ 4 กดยืนยันสิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. ตลอด 24 ชั่วโมง โดยต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดจะถูกตัดสิทธิ โดยจะนำสิทธิดังกล่าวมาเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพิ่ม 2. ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ร่วมโครงการระยะที่ 4 ให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือหากเคยได้รับสิทธิมาตรการอื่นที่มีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ (G-Wallet) สามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.
ทั้งนี้ คนที่ได้รับข้อความสั้น (SMS) หรือข้อความผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง แจ้งยืนยันสิทธิการเข้าร่วมโครงการระยะที่ 5 ก่อนวันที่ 1 ก.ย. 2565 จะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 22.59 น. ส่วนคนที่ได้รับการยืนยันสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป จะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับข้อความแจ้งยืนยันสิทธิ หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้คืนบัตรแล้ว ภายในวันที่ 15 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ส่วนผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่ 3 สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง หรือผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ภายในวันที่ 25 ส.ค. 2565
ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 ได้ที่ https://เพิ่มกำลังซื้อ.คนละครึ่ง.com
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการระยะที่ 5 ณ วันที่ 17 ส.ค. 2565 มีจำนวน 188,775 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าเดิม จำนวน 187,915 ร้านค้า และร้านค้ารายใหม่ จำนวน 860 ร้านค้า
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดและสนใจเข้าร่วมโครงการ ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัคร