อุบลราชธานีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องผ้า โดยเฉพาะผ้าย้อมคราม วันก่อนทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ชวนไปชมผลงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเหมือดแอ่ อ.นาตาล จ.อุบลฯ ที่อยู่ในโครงการวิจัยเรื่อง “การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี การฟอก ย้อม พิมพ์ การออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ฝ้ายทอมือสู่เชิงพาณิชย์” โดยนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุน มี ผศ.ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นหัวหน้าโครงการ

ผศ.ดร.รัตนพลให้ข้อมูลว่า เดิมกลุ่มนี้ยังไม่ค่อย ทราบเกี่ยวกับกระบวนการฟอกย้อมสมัยใหม่ จึงนำกระบวนการองค์ความรู้ต่างๆ มาเผยแพร่ กลุ่มนี้เน้นการย้อมสีคราม และสีธรรมชาติ ซึ่งในอดีตใช้เวลาย้อมครามนาน 5-7 วัน แต่พอมาใช้เทคโนโลยีเข้าไปในกระบวนย้อมแค่ 30 นาทีเท่านั้น โดยใช้กระบวนการทางด้านเคมีที่ไม่อันตรายเข้ามาช่วย คือ ไธโอยูเรียไดออกไซด์ และโซดาไฟ นอกจากสีจะไม่ตกแล้วยังทำให้สีติดทนนานและสะอาด มากยิ่งขึ้นด้วย

ด้าน ‘คุณมะลัยทอง สอนพรม’ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ เล่าว่า กลุ่มก่อตั้งเมื่อปี 2553 สมาชิกเริ่มต้น 15 คน ปัจจุบันมีทั้งหมด 35 คน มีเงินทุนประมาณ 50,000 บาท และมีอุปกรณ์วัสดุเป็นของทางกลุ่ม 25,000 บาท มีรายได้เข้ากลุ่มปีละ 6-8 หมื่นบาท ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมจากการทำนาเดือนละ 3-4 พันบาท

กลุ่มเริ่มจากการปลูกฝ้าย ปลูกคราม ทำทุกกระบวนการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งถักทอ จนถึงตัดเย็บแปรรูปมาเป็นกระเป๋า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างพวกกิฟต์ช็อป หมวก กระเป๋า กิ๊บติดผม ผีเสื้อ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพื้น ผ้าถุง และตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า หลากหลายรูปแบบ โดยใช้เส้นด้ายจากฝ้ายที่ปลูกเอง แต่บางส่วนก็ใช้เส้นด้ายจากโรงงาน ใช้ชื่อแบรนด์ ‘ครามนาผ้าฝ้าย’ พอตัดเย็บเสร็จ จะส่งขายที่กลุ่มผ้าชมดาว ซึ่งเป็นร้านของต.นาตาล

ใช่จะย้อมสีครามอย่างเดียว ทางกลุ่มยังนำสีธรรมชาติอื่นๆ มาย้อมด้วย อย่างเช่น ย้อมเปลือกไม้มะม่วง เป็นสีเหลืองมะม่วง หรือสีส้มจากต้นรวงไทร โดยเฉพาะการย้อมสีเปลือกมะม่วงต้องใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดกันมา ต้องไปตัดตั้งแต่เช้าประมาณ 7 โมง เพราะช่วงนั้นยางยังมีอยู่มาก และใช้ส่วนกลางๆ ของเปลือก ถ้าเป็นสีดำต้องตัดออกให้หมด จากนั้น นำเอามาต้ม แล้วถึงค่อยมาย้อม

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ขายดีคือ กระเป๋า ราคาใบละ 450 บาท ซึ่งไม่เหมือนที่อื่นเพราะเป็นงานแฮนด์เมด ส่วนใหญ่ไปขายในงานที่หน่วยงานราชการจัด อีกทั้งหน่วยราชการหลายแห่งก็สั่งเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกลุ่มด้วย

วันที่ไปเยี่ยมชม ทางกลุ่มสาธิตกำลังผลิต ที่แบ่งออกเป็น 4 แผนก เริ่มจากกระบวนการปั่นด้าย กระบวนการย้อม กระบวนถักทอ และกระบวนการแปรรูป จนได้เป็นกระเป๋าและเสื้อผ้าสีสวยๆ งานแต่ละชิ้นฝีมือประณีตและ มีเอกลักษณ์ ด้วยเหตุนี้เองเมื่อปี 2563 ผลงานของกลุ่มได้รับรางวัลชนะเลิศมัดหมี่ย้อมครามลายสวนสัตว์ และรองอันดับสองลายผีเสื้อแมลงปอ ซึ่งสมาชิกกลุ่มคิดค้นลายเอง และในปี 2564 มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
คุณมะลัยทองกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “พระองค์ท่านทรงแนะนำ วิถีชุมชนให้ใช้ของชุมชน ที่เป็นบ่อเกิดของชุมชน ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ไม่ต้องไปซื้อหาบางอย่างที่เราไม่จำเป็นต้องซื้อ”

ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม หรือสนใจศึกษาดูงาน ติดต่อ คุณมะลัยทองได้ที่ 09-3551-6814
ทีนี้มาคุยกับอีกคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทางด้านการตลาด คือ ‘คุณสุพัฒน์ชนม์ อกอุ่น’ ผู้ช่วยพัฒนาชุมชนอบต.นาตาล เจ้าของ ร้านผ้าชมดาว ซึ่งได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต่างๆ ในต.นาตาล มารวมไว้ที่ร้าน แจกแจงว่า อบต.นาตาลมีทั้งหมด 18 หมู่บ้าน อาชีพหลักทำนาและปลูกฝ้าย ปลูกคราม ริมน้ำโขง ทอผ้ามาตั้งแต่โบราณ มีหลายหมู่บ้านที่ทำทอผ้าย้อมคราม แต่หลักๆ เป็นบ้านเหมือดแอ่ ที่ทำต่อเนื่องกันมา และนำมาแปรรูป อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า พวงกุญแจ หมวก (ติดต่อสอบถามได้ที่ 08-6262-6745)

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในต.นาตาล คือ ทอจากฝ้ายที่ชาวบ้านปลูกเองที่ริมแม่น้ำโขง รวมทั้งต้นครามด้วย สีครามแตกต่างจากปลูกที่อื่น จะได้สีครามที่สดใสกว่าที่อื่น และมีเทคนิคการทอ การย้อม ที่ทาง หน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลและส่งเสริม ทำให้สีไม่ตก นอกจากนี้ ยังย้อมสีธรรมชาติที่สามารถหาได้ในชุมชน อาทิ เปลือกเข เปลือกขี้เหล็ก เปลือกมะม่วง และเปลือกฝาง
ส่วนมากจะไปออกบูธตามหน่วยงาน และลูกค้าจากหน่วยงานราชการมาสั่งยูนิฟอร์ม สั่งตัดผ้าเป็นทีม ซึ่งทางร้านรับตัดและทอให้ด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดเป็นผ้าย้อมคราม ทั้งผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าถุงลายมัดหมี่ ที่นำมาตัดเป็นเสื้อผ้า ใช้ชื่อแบรนด์ ‘ผ้าชมดาว’ เพราะในเขตพื้นที่ ต.นาตาล มีหาดชมดาว
คุณสุพัฒน์ชนม์บอกด้วยว่า ก่อนเริ่มทำเป็นแบรนด์ ‘ผ้าชมดาว’ ของต.นาตาล มีการรวมกลุ่มเครือข่ายภายในตำบลก่อน และคิดจะทำอย่างไรให้ชุมชนผลิตเอง แปรรูปเอง และจำหน่ายเอง ช่วงแรกๆ ไม่ได้แปรรูปขาย ทำเป็นผ้าพันคอ มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ รวมทั้งทางกลุ่มนำไปจำหน่ายเองในจังหวัด จึงคิดกันว่าน่าจะรวมกลุ่มกัน เพราะหลาย ชุมชนในต.นาตาลทอผ้ากันอยู่แล้ว พอปี 2559 จึงสร้างแบรนด์ ‘ผ้าชมดาว’ ขึ้นมา พอมีคนรู้จักต่อมาหน่วยงานพัฒนาชุมชน เกษตร อุตสาหกรรม เริ่มเข้ามาสนับสนุน เชิญชวนเข้าร่วมโครงการต่างๆ เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมด้านการขายให้กลุ่มด้วย

ทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นกันแล้วว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเหมือดแอ่ นับเป็นแบบอย่างที่ดีเพราะทำตั้งแต่ ต้นน้ำ-ปลายน้ำ อีกทั้งยังได้นำองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน สามารถลดเวลาในการย้อม และยังคิดค้นลวดลายใหม่ๆ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด
ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง