นักแสดงเกาหลีชื่อดัง อีจองแจ ที่ก้าวขึ้นสู่ระดับโลก หลังฝากผลงานในซีรีส์ชื่อดังอย่าง Squid Game ไว้ก่อนหน้า

ด้วยความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาคว้ารางวัล SAG Awards รวมถึงถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัล Emmy Award ทำให้กลายเป็นที่กล่าวขวัญ และถูกยกให้เป็นนักแสดงคุณภาพระดับเอลิสต์จนเป็นที่รู้จักในระดับสากล

ในปี 2022 ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญ กับการขึ้นแท่นเป็น ผู้กำกับฯ เขียนบท ครั้งแรก รวมถึงแสดงนำในผลงานแอ๊กชั่นสายลับสุดเดือดแห่งปี Hunt (ล่าคนปลอมคน) พร้อมกับสร้างปรากฏการณ์ พาผลงาน เรื่องแรกของเขา ไปฉายโชว์ในรอบ Midnight Screen ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุด

อีจองแจ เปิดใจถึงความรู้สึกที่ได้ไปร่วมฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ว่า “มีหลายคนที่มองเห็นความสนุกและประเด็นของเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เราร่วมแรงร่วมใจสร้างกันขึ้นมาก็ต้อง ขอบคุณทั้งเหล่าทีมงานและนักแสดงทุกท่านมากๆ ครับ ในตอนท้ายของการฉายภาพยนตร์ ผมทั้งตกใจและเขิน ที่ได้รับเสียงปรบมือนานที่สุดที่เคยได้รับในชีวิต”

“สำหรับ HUNT เป็นภาพยนตร์แอ๊กชั่นสายลับชิงไหวชิงพริบ เล่าเรื่องของคนที่ต้องทำอะไรขัดกับความเชื่อและหลักการของตัวเอง เรื่องราวของการตามหาสายลับที่แฝงตัวอยู่ในองค์กร KCIA โดยผมรับบท พัคพยองโฮ และ จองอูซอง รับบท คิมจองโด ระหว่างการค้นหาตัวสายลับ ทำให้ทั้งสองคนเกิดความสงสัยในกันและกันและต้องมาเจอกับคดีลอบสังหารคนสำคัญเบอร์หนึ่งของเกาหลี ทำให้เกิดเรื่องพลิกล็อกและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

ได้ร่วมงานกับ จองอูซอง เพื่อนสนิท เจ้าตัวบอกว่า “เราคุยกันเยอะมากเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันอีกครั้งในเร็วๆ นี้ หลังจากเคยร่วมงานกันใน City of the Rising Sun เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เราพยายามทำให้มันเป็นไปได้และแม้แต่เขียนบทด้วยกัน ณ จุดหนึ่ง แต่มันก็ไม่เคยปรากฏเป็นภาพยนตร์เลย จนมาถึงในเรื่องนี้”

เมื่อถามว่ากำกับฯ เรื่องนี้ ให้ความสำคัญกับจุดไหนบ้าง ผู้กำกับฯมือใหม่บอกว่า “ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องมีความสนุกก็จริง แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พูดคุยกับหลายๆ คนเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ถึงแม้จะนำเรื่องที่เกิดในยุค 80 ขึ้นมาทำ แต่ผมคิดว่ายุค 80 กับตอนนี้มีจุดที่ไม่แตกต่างกันอยู่ ทั้งเรื่องราวในจุดเหล่านั้น ทั้งความคิดอื่นๆ ที่ตัวละครมีอยู่ การลองถ่ายทอดสิ่งที่คิดออกมา ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญมากครับ จะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนสำหรับตัวละครเพื่อให้พวกเขาปะทะกันอย่างร้อนแรง และผมหวังว่าการปะทะกันที่ดุเดือดนี้จะเต็มหน้าจอ พวกประเด็นที่ต้องไม่ให้เห็นเยอะไปเราก็ต้องมานั่งคิดด้วยกัน”

สำหรับการสร้างบรรยากาศในยุค 80 ปัญหาใหญ่ก็คือโลเกชั่น “ปัญหาใหญ่เลยคือมันไม่มีโลเกชั่นไหนที่ให้บรรยากาศแบบยุค 80 ชนิดที่ครบจบในที่เดียว แถมงบเราก็ไม่ได้มากพอที่จะเนรมิตขึ้นมาใหม่ได้ทั้งหมด แต่ทีมงานของเราทำได้ดีมาก พวกเขาเอาชนะอุปสรรคและหาจุดที่ลงตัวพบ โดยเฉพาะกับฉากที่เราจำลองวอชิงตัน โตเกียว และประเทศไทย เราถ่ายทั้งหมดในเกาหลี แม้ว่าขั้นเตรียมงานแทบจะเรียกได้ว่ารากเลือด แต่ผลที่ออกมาทำให้พวกเราลืมความลำบากในตอนนั้นไปปลิดทิ้ง”

ส่วนความแตกต่างของ HUNT กับภาพยนตร์สายลับเรื่องอื่น เจ้าตัวเผยว่า “ผมมองว่าหนังเรื่องนี้เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อให้อุดมการณ์ของเขากลายมาเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าเล่าเรื่องเกาหลีเหนือและใต้ เวลาดูหนังสายลับ จะมีคดีหรือสถานการณ์ที่แต่ละตัวละครเผชิญอยู่ ทำให้รู้สึกลุ้นระทึกมาก พวกเราเองก็คิดมาเยอะมากว่า จะทำสายลับในแบบเกาหลียังไง ให้ต่างจากหนังสายลับอื่นๆ ปกติหนังสายลับส่วนใหญ่ จะเป็นการทิ้งปริศนาให้ผู้ชมได้ปะติดปะต่อเรื่องเอา แต่ผมเขียนบทออกมา เพราะต้องการสร้างภาพยนตร์ที่มีความ เข้มข้น โดยมีการพลิกกลับทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็กและคลี่คลาย ผมพยายามไม่ทำให้เรื่องราวซับซ้อนเกินกว่าจะติดตามได้ และแค่หวังว่าผู้ชมจะเพลิดเพลินกับมัน”

รับหน้าที่ทั้งเขียนบท กำกับฯ ไปจนถึงนักแสดง คนเดียวสามตำแหน่ง อีจองแจเผย “ความจริงแล้วผมซื้อลิขสิทธิ์ของเนื้อเรื่องมา ตั้งใจจะเป็นแค่ผู้จัดอย่างเดียว แต่การมานั่งรอทุกวันเป็นเรื่องยากครับ รู้สึกอึดอัดและเสียดายกับเวลาที่ผ่านไป ก็เลยเริ่มเขียนบทด้วยตัวเอง แล้วพอเขียนมาตลอดสี่ปี การเรียบเรียงสิ่งที่เขียนการทำ โปรเจ็กต์ในแต่ละหัวข้อ การสร้างคาแร็กเตอร์ให้กลมกล่อม ผมได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างที่บอกว่าน่าจะลองมากำกับฯ เองดู จนสุดท้ายก็ได้มากำกับฯ ด้วยครับ”

“ส่วนคอนเซ็ปต์เบื้องหลังฉากต่อสู้ที่เป็นไฮไลต์ของหนัง ความเดือด ความสมจริง และรายละเอียด คือสามสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมทำสตอรี่บอร์ดกับแผนกเทคนิคพิเศษ ทีมสตันต์ และทีมซีจี แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานง่าย แต่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เราถ่ายทำกันได้ราบรื่น ผมอยากให้มันมีขับรถไล่ล่า วิ่งไล่กันตามถนน การระเบิด และการสาดกระสุนกันเหมือนกำลังอยู่ในสนามรบ ผมยังต้องการให้ทั้งหมดนั่นออกมาดูสดใหม่ ซึ่งทีมงานทุกคนไม่ทำให้ผมผิดหวัง”

“แน่นอนว่าฉากแอ๊กชั่นตระการตาเป็นส่วนสำคัญของหนังเรื่องนี้ แต่ผมอยากให้แน่ใจว่าผู้ชมจะอินไปกับเนื้อเรื่อง อึ้งไปกับทุกจุดหักมุม และเอาใจช่วยสองตัวละครนำ ถึงพวกเราจะบอกว่าเป็นหนังประเภทสายลับก็จริงแต่เนื้อหาไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น อาจจะคิดว่าขั้นตอนการสืบสวนหาคนร้ายไม่ได้ซับซ้อน แต่ความจริงแล้ว เราได้อธิบายไว้ให้เข้าใจแบบง่ายๆ ต่างหาก เข้าไปดูแบบสบายๆ ได้เลยครับ แต่ว่าเรื่องอาจจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก แค่สนุกไปกับความเร็วพวกนั้นก็พอครับ” อีจองแจ ฝากทิ้งท้ายถึงผู้ชม

เตรียมมันส์ระห่ำไปกับ Hunt (ล่าคนปลอมคน) 1 กันยายนนี้ ใน โรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน