ปทุมธานี – ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต เผยว่า ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์ขยะมูลฝอยในเขตจังหวัดปทุมธานีมีปริมาณขยะมูลฝอยมากถึง 1,714 ตันต่อวัน โดยมีขยะในเขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิตประมาณ 150-170 ตันต่อวัน ซึ่งมีขยะอินทรีย์มากถึงร้อยละ 55 และได้ใช้วิธีจัดการปัญหาขยะอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง เช่น นำขยะเศษอาหารกลับมาใช้ประโยชน์โดยการผลิตน้ำหมักชีวภาพ ผลิตปุ๋ยหมักและผลิตแก๊สชีวภาพ แต่ยังคงกำจัดปริมาณขยะไม่ทัน ส่งผลให้เกิดปัญหาขยะตกค้างสะสม ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น เกิดมลพิษทางอากาศ เกิดแหล่งน้ำเสีย กระทบต่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ เทศบาลนครรังสิตริเริ่มโครงการ “ปทุมธานีจังหวัดสะอาด” มีวัตถุประสงค์ที่จัดการขยะอินทรีย์ให้ประสบผลสําเร็จ กลายเป็นชุมชน (Zero Waste) นำร่องด้วยการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการคัดแยกขยะให้ถูกต้อง อีกทั้งจับมือร่วมกับภาคเอกชน ประกอบด้วย รศ.ดร.จุฑารัตน์ เอี้ยวกฤตยากร ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพโมเลกุลและชีวสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบริษัท ไบโอแอ็กซ์เซล จำกัด เปิดโรงงานแปรรูปเศษอาหารและผักตบชวาให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ภายใน 24 ช.ม. ด้วยกระบวนการในการกําจัดที่รวดเร็วเพื่อแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ตกค้างสะสม เพื่อเป็นต้นแบบโครงการแรกของประเทศไทยดูรายละเอียดได้ที่ https://www.bioaxelth.com
นายกฤตวัฒน์ เลื่อนราม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอแอ็กซ์เซล กล่าวว่าร่วมกับกับทางนครรังสิตมีปัญหาทางด้านขยะจากเศษอาหารและผักตบชวารับมากำจัดและแปรรูปจากขยะเพื่อพัฒนามาเป็นปุ๋ยอินทรีย์แบ่งให้กับทางเทศบาลนครรังสิตเศษอาหารจากโรงงานนำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ เพื่อให้ทางเทศบาลนำไปใช้ต่อ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่าผักตบชวาเป็นปัญหาที่ผ่านมาร่วมกับเทศบาล อบต.พยายามกำจัดวัชพืชวิธีการกำจัดขยะและผักตบชวาต้องมีการพัฒนาไป รวมถึงจะต้องพัฒนาไปผลิตไฟฟ้าอย่างที่ในต่างประเทศทำกัน ในปัจจุบันก็ยังมีกลุ่มผู้ที่คิดหาผลประโยชน์ ที่ประกอบธุรกิจแบบเดิมๆ เช่น มีที่ดินแล้วเปิดให้เอาขยะมาทิ้งแล้วทำการฝังกลบ หากทำวิธีนี้ผ่านไปอีก 30 ปี ลูกหลานเราจะลำบาก เพราะสภาพสิ่งแวดล้อมจะเป็นพิษหมด น้ำใต้ดินในธรรมชาติจะเสียหมด