เมื่อวันที่ 26 ส.ค. บีบีซีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌีย โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปและอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ถูกตัดออกจากระบบเครือข่ายไฟฟ้าของยูเครน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ส.ค. หลังเกิดการสู้รบรอบโรงไฟฟ้าดังกล่าวจนไฟไหม้สายไฟฟ้าเหนือพื้นดิน ทำให้กระแสไฟฟ้าดับชั่วขณะ แต่โชคดีที่ไฟฟ้าสำรองทำให้โรงไฟฟ้าดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
“หากเครื่องปั่นไฟดีเซลไม่ทำงาน หากระบบอัตโนมัติและพนักงานในโรงไฟฟ้าของเราไม่ตอบสนองหลังกระแสไฟฟ้าดับ เราคงต้องพยายามแก้ไขผลพวงจากการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีแล้ว” นายเซเลนสกีกล่าวและกล่าวโทษรัสเซียซึ่งโจมตีโรงไฟฟ้าถ่านหินอีกแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌีย
อย่างไรก็ตาม นายเยเฟกีนี บาลิตสกี ผู้ว่าการแคว้น ซาโปริฌเฌียที่รัสเซียแต่งตั้ง กล่าวโทษยูเครนซึ่งเป็นต้นเหตุให้กระแสไฟฟ้าดับเอง

เพลิงวิกฤต – ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยไฟไหม้ที่ผู้นำยูเครนกล่าวโทษว่า รัสเซียโจมตีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌีย (วงกลม) ซึ่งกระแสไฟฟ้าดับชั่วขณะ ก่อนเจ้าหน้าที่ยูเครนกู้กลับมาอีกครั้ง (รอยเตอร์)
ด้านเอเนอร์โฮอะตอม รัฐวิสาหกิจพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนระบุ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌียที่ถูกตัดออกจากระบบเครือข่ายไฟฟ้า ทั้งนี้ ไฟฟ้าดังกล่าวใช้สำหรับระบบหล่อเย็นและระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเตาปฏิกรณ์ที่ยังเดินเครื่อง 2 ตัวจาก 6 ตัว ขณะนี้กำลังพยายามให้เตาปฏิกรณ์กลับมาเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายไฟฟ้าอีกครั้ง
ขณะที่ทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ของสหประชาชาติระบุว่า เตาปฏิกรณ์ทั้งหมด 6 ตัว ยังถูกตัดการเชื่อมต่อจากระบบเครือข่ายไฟฟ้า แม้จะมีการกู้ระบบการจ่ายไฟฟ้าภายหลังเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ส.ค.
นายราฟาเอ กรอสซี ผู้อำนวยการไอเออีเอ ระบุว่าเกือบทุกวันมีอุบัติเหตุใหม่ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌียหรือใกล้เคียง โดยย้ำข้อเรียกร้องให้คณะผู้แทนระหว่างประเทศเข้าไปในโรงไฟฟ้าดังกล่าวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่ารัสเซียจะส่งสัญญาณเปิดทาง แต่กว่าจะถึงเวลานั้นจะเป็นการยากที่จะตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น