บีบีซีรายงานวันที่ 28 ส.ค. ว่า รัฐบาลปากีสถานร้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศภายหลังประสบอุทกภัยรุนแรงต่อเนื่อง สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (เอ็นดีเอ็มเอ) ระบุว่าพบผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอีก 119 ราย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่เผชิญหน้ากับพายุฤดูมรสุมเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,033 ราย ในจำนวนนี้ เป็นเด็กราว 340 ราย มากกว่า 1,700 คนบาดเจ็บ พื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 5 ล้านไร่โดนน้ำท่วมขัง ถนนเสียหายเป็นระยะทาง 3,451 กิโลเมตร และสะพาน 149 แห่งพังถล่ม

นายกรัฐมนตรีชาห์บาซ ชารีฟ ผู้นำปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำท่วมว่า “โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินคาดหมาย” พร้อมระบุอีกว่าปากีสถานจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากประชาคมโลก และรัฐบาลมีแผนจะเปิดกองทุนระหว่างประเทศเพื่อระดมเงินบริจาคฝ่าวิกฤตน้ำท่วม

วิกฤตท่วม – ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเมืองไฮเดอราบาด แคว้นสินธ์ ประเทศปากีสถาน รับสิ่งของบรรเทาทุกข์จากเจ้าหน้าที่ทหาร ขณะเดียวกันยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีอย่างน้อย 1,033 ราย และมากกว่า 1,700 คนได้รับบาดเจ็บ (เอพี)

ด้านนายซัลมาน ซูฟี หัวหน้าฝ่ายปฏิรูปกลยุทธ์ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชาห์บาซ ชารีฟ กล่าวว่าทางการทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้วเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ยังไม่เพียงพอเพราะมีน้ำท่วมสูงเป็นบริเวณกว้าง “ปากีสถานประสบปัญหาเศรษฐกิจมายาวนาน แต่ตอนนี้ในช่วงที่เรากำลังจะพ้นวิกฤตดังกล่าวก็ต้องประสบกับภัยพิบัติจากฤดูมรสุม”

วันเดียวกัน รัฐบาลตาลิบันของอัฟกานิสถานซึ่งประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัดทางตอนกลางและภาคตะวันออก แถลงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติเช่นกัน โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 192 ราย ปศุสัตว์จมน้ำตายนับหมื่นตัว และกว่า 1 ล้านครัวเรือน จำเป็นต้องได้รับการเยียวยาและบรรเทาทุกข์ นายชาราฟุดเดน มุสลิม รองอธิบดีกระทรวง ภัยพิบัติของอัฟกานิสถาน กล่าวว่า “เราขอให้องค์กรด้านมนุษยธรรม ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงมูลนิธิที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ช่วยเหลือเราด้วย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน