เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบตรงไปตรงมา

กรณ์ จาติกวณิช สลัดทิ้งพรรคกล้า มาร่วมงานกับชาติพัฒนาของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ

เหตุผลอย่างที่หลายคนเข้าใจ กติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 มีผลต่อยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคตั้งใหม่

การจับมือกันระหว่างกลุ่มพรรค ตั้งใหม่กับพรรคเล็ก มีผลทางบวก พูดง่ายๆ คือมีโอกาสจะได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.มากขึ้น

จบดีล “กรณ์-สุวัจน์” หลายคนมุ่งความสนใจไปที่พรรคใหม่อย่างไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และสร้างอนาคตไทย ที่มีอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค

ทั้งสองพรรคแนวเดียวกับพรรคกล้า มุ่งขายนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

“ไม่มีการจับมือใดๆ ในตอนนี้—ยังไม่มีการพูดว่าจะไปจับมืออะไรกับใคร” คุณหญิงสุดารัตน์ ปฏิเสธแบบแบ่งรับแบ่งสู้

ต่างจากสร้างอนาคตไทยที่ปฏิเสธแนวทางควบรวมกับพรรคอื่นอย่างเด็ดขาด

“เรามีบุคลากรมากกว่า ทำไมต้องไปรวมกับใคร” นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคระบุ

ล่าสุดบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้งฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีหนังสือขอลาออกจากกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริษัทแล้ว มีผลตั้งแต่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา

สอดรับกับพรรคสร้างอนาคตไทยเตรียมจัดงานเปิดตัว “สมคิด” วันที่ 8 ก.ย. โดยสมคิด จะมานั่งตำแหน่งประธานพรรค และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรค ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้มาพักใหญ่

ถึงจุดนี้ต้องย้อนกลับไปยังพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ ที่ยังจุดไม่ติด กระแสทรงตัวในระดับต่ำ ว่าถ้าหากจะจับมือกับพรรคอื่น ความเป็นไปได้น่าจะอยู่ที่พรรคสมคิด มากกว่าพรรคสุวัจน์-กรณ์

“สมคิด-สุดารัตน์” นั้นเคยอยู่กับ “พรรคทักษิณ” มาแล้วทั้งคู่

กรณีกรณ์ พรรคกล้า คือสัญญาณอันตรายชัดเจนว่า บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ทำให้พรรคเล็กมีสิทธิ์สูญพันธุ์ พรรคตั้งใหม่แจ้งเกิดยาก

มีแค่การยุบควบรวมเท่านั้นที่เป็นทางรอด ให้ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เข้าสภาได้บ้าง

แต่ถ้ายังมั่นใจในตัวเอง เดินหน้าลุยเดี่ยว โอกาสตายเดี่ยวก็มีสูง

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน