ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เริ่มต้นนัดแรกของแต่ละกลุ่ม ค่ำคืนนี้นาโปลีศึกหนักต้องเจอรองแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ปะทะคู่แข่งสุดหินอย่าง บาเยิร์น งานนี้คอลูกหนังห้ามพลาด
วันพุธที่ 7 กันยายน 2565
ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ
อาแจ็กซ์-เรนเจอร์ส – อาแจ็กซ์จากเนเธอร์แลนด์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องมาหลายนัด แม้ว่าคู่แข่งอย่างเรนเจอร์สจากสกอตแลนด์เวลานี้จะแข็งแกร่งพอตัว แต่เชื่อว่าเจ้าบ้านน่าชนะ
นาโปลี-ลิเวอร์พูล – ทั้งคู่ต่างได้โควตามาเล่นรอบนี้โดยอัตโนมัติ นาโปลีมาในฐานะอันดับ 3 เซเรีย อา ส่วนลิเวอร์พูลมาในฐานะรองแชมป์พรีเมียร์ลีก
ผลงานในลีกล่าสุด นาโปลีเตะเกม เซเรีย อา 5 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 จากการชนะเวโรนา 5-2 (เยือน), ชนะมอนซา 4-0 (เหย้า), เสมอฟิออเรนตินา 0-0 (เยือน), เสมอเลชเช 1-1 (เหย้า), ชนะลาซิโอ 2-1 (เยือน)
ด้านลิเวอร์พูลแข่งเกมพรีเมียร์ลีก 6 นัด ชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 1 โดยเสมอฟูแลม 2-2 (เยือน), เสมอคริสตัล พาเลซ 1-1 (เหย้า), แพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 (เยือน), ชนะบอร์นมัธ 9-0 (เหย้า), ชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 (เหย้า), เสมอเอฟเวอร์ตัน 0-0 (เยือน)
คู่นี้เคยเจอกันในแมตช์ทางการมา 6 ครั้ง ผลัดกันชนะฝั่งละ 2 นัด เสมอกันอีก 2 นัด หนล่าสุดเป็นศึกแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2019-20 รอบแบ่งกลุ่ม นาโปลีเปิดบ้านชนะ 2-0 และเจ๊ากันบ้านลิเวอร์พูล 1-1
คาดว่าแมตช์นี้เจ้าบ้านจะใช้งาน วิกเตอร์ โอซิมเฮน, มัตเตโอ โปลิตาโน, พิโอเตอร์ ซีลินสกี ขณะที่ทีมเยือนคงนำโดย ดาร์วิน นูนเญซ, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, หลุยส์ ดิอาซ
นาโปลีตอนนี้ฟอร์มแรงจนน่าจับตา ขณะที่ลิเวอร์พูลดูเหมือนจะยังไม่ลงตัวดีนัก เจ้าบ้านลุ้นเบียดชนะได้
กลุ่มบี
แอตเลติโก มาดริด-ปอร์โต – แอตฯ มาดริดมาในฐานะอันดับ 3 ลา ลีกา ส่วนปอร์โตมาในฐานะแชมป์ลีกา ปอร์ตูกัล บีวิน
คู่นี้เคยเจอกันในแมตช์ทางการมา 10 ครั้ง แอตฯ มาดริดชนะ 4 นัด เสมอกัน 4 นัด ปอร์โตชนะ 2 นัด หนล่าสุดเพิ่งฉะกันในแชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาลที่แล้ว เจ๊ากันบ้านแอตฯ มาดริด 0-0 และปอร์โตแพ้คาบ้าน 1-3
แอตฯ มาดริดยังรักษามาตรฐานความเขี้ยวได้มั่นคง เชื่อว่าปอร์โต คงต่อกรด้วยลำบาก เจ้าบ้านน่าเบียด คว้าชัย
คลับ บรูช-ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน – คลับ บรูช จากเบลเยียม ประสบการณ์ในถ้วยยุโรปถือว่าสูงพอสมควร เจอกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จากเยอรมนี ที่ตอนนี้ฟอร์มค่อนข้างแย่ เจ้าบ้านน่า เบียดชนะ
กลุ่มซี
บาร์เซโลนา-วิกตอเรีย เพลเซน – บาร์เซโลนาจากสเปน ศักยภาพเหนือกว่าวิกตอเรีย เพลเซน จากสาธารณรัฐเช็กอยู่หลายขั้น เจ้าบ้านน่าชนะไม่ยาก
อินเตอร์ มิลาน-บาเยิร์น มิวนิก – “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี เปิดสนามสตาดิโอ จูเซปเป เมอัซซา รับการมาเยือนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จากเยอรมนี
ทั้งคู่ต่างได้โควตามาเล่นรอบนี้โดยอัตโนมัติ อินเตอร์ฯ มาในฐานะรองแชมป์เซเรีย อา ส่วนบาเยิร์น มาในฐานะแชมป์บุนเดสลีกา
คู่นี้เคยเจอกันในแมตช์ทางการมา 7 ครั้ง อินเตอร์ฯ ชนะ 3 นัด เสมอกัน 1 นัด บาเยิร์นฯ ชนะ 3 นัด หนล่าสุดเป็นศึกแชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2010-11 รอบ 16 ทีมสุดท้าย อินเตอร์ฯ แพ้ในบ้าน 0-1 และบาเยิร์นฯ แพ้คาบ้าน 2-3
คาดว่าเจ้าบ้านจะส่ง เอดิน เชโก, เลาตาโร มาร์ติเนซ, นิโคโล บาเรลลา ลงตัวจริง ขณะที่ทีมเยือนคงนำโดย ซาดิโอ มาเน, จามาล มูเซียลา, คิงสเลย์ โกมัน
อินเตอร์ฯ มีความเขี้ยวลากดินตามแบบฉบับฟุตบอลอิตาลี แม้บาเยิร์นฯ จะเล่นอย่างดุดัน แต่วัดกันแล้วยังเชื่อว่าเจ้าบ้านคงไม่แพ้
กลุ่มดี
แฟรงก์เฟิร์ต-สปอร์ติง ลิสบอน – ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต จากเยอรมนี ฟอร์มเริ่มเข้าที่เข้าทาง เจอกับสปอร์ติง ลิสบอน จากโปรตุเกส ถือว่าไม่แกร่งมากนัก เจ้าบ้าน น่าคว้าชัย
สเปอร์-มาร์กเซย – “ไก่เดือยทอง” เปิดสนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม รับการมาเยือนของโอลิมปิก มาร์กเซย จากฝรั่งเศส โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้เจอกัน
ตอนนี้ทั้งคู่ฟอร์มดียังไม่แพ้ใครในลีกตัวเองเลย แต่สเปอร์ได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้าน โอกาสชนะจึงค่อนข้างสูงกว่า