แม่น้ำคงคากลืนกินพาราณสี
ฝึกจิต
แม่น้ำคงคา แม่น้ำสายชีวิต สายแห่งจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงชาวภารตะชนคนอินเดียพันกว่าล้านคนมานับพันนับหมื่นปี แม่น้ำคงคา มีความยาวทั้งสิ้น 2,525 ก.ม. โดยจุดสำคัญที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ของแม่คงคา คือ ช่วงตอนที่ไหลผ่านเมือง พาราณสี เมืองเก่าแก่อันเป็นเมืองหลวง ทางศาสนาของชาวฮินดู โดยแม่น้ำคงคา ในพาราณสี แบ่งออกเป็นสองฝั่งตาม ความเชื่อ คือ “ตะวันออกฝั่งนรก ตะวันตกฝั่งสวรรค์”
ในฝั่งสวรรค์ ผู้คนได้ปลูกบ้าน สร้างวัด สร้างท่าเรือ และทำกิจกรรมการบูชาต่างๆ จนเต็มตลอดเส้นทางประมาณ 5 ก.ม. ที่แม่น้ำคงคาไหลผ่าน ส่วนฝั่งนรก เป็นฝั่ง ที่รกร้าง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุใดๆ มีเพียงซากศพ กระดูก และความตาย
แม่น้ำคงคา ของเมืองพาราณสี มีท่าน้ำทั้งหมด 88 ท่า เริ่มตั้งแต่ท่าอัสสีฆาต อันเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำอัสสีกับคงคา ไปจนจบที่ท่าอธิเกศวรฆาต เป็นจุดรวมของแม่น้ำ วรุณะกับคงคา ซึ่งแม่น้ำอัสสีและแม่น้ำวรุณะ ที่ไหลผ่านเมืองพาราณสีสองสายนี้ เมื่อนำชื่อมารวมกันจึงกลายเป็นชื่อเมืองวาราณสี หรือ พาราณสี ตามการเรียกขานของคนไทย
ชาวฮินดูเชื่อว่า การได้อาบน้ำในแม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสี เป็นบุญยิ่งใหญ่ หากตายและเผาศพที่ท่าน้ำเมืองพาราณสี จะทำให้วิญญาณเข้าถึงความหลุดพ้น หรือโมกษะได้
โดยทุกปี แม่น้ำคงคา ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน จะมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากปกตินับสิบเมตร บางครั้งก็ท่วมเข้าไปสู่เมืองพาราณสี ซึ่งปกติแม่น้ำคงคาโดยเฉลี่ย มีความลึกประมาณ 18 เมตร ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะกลางเดือนสิงหาคม ถึงกลางเดือนกันยายน ระดับน้ำในแม่น้ำคงคา จะลึกประมาณ 30 เมตร แต่ปีนี้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา แม่น้ำคงคาน้ำขึ้นสูง จนมีความลึกมากถึง 36 เมตร จนทำให้แม่น้ำไหลเข้าท่วมเมืองพาราณสี ในบางส่วน
พอฟังข่าวจากประเทศไทย เห็นบางสื่อนำเสนอว่า “เกิดวิกฤตแม่น้ำคงคา ทะลักท่วมเมืองพาราณสี!” บ้างก็ว่า “มีคนเสียชีวิตนับพันจากเหตุการณ์ครั้งนี้” ทั้งที่จริงแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี ก็ขึ้นตามปกติ แม้ปีนี้อาจจะขึ้นสูงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่เข้าขั้นที่จะเรียกว่าวิกฤตได้ ส่วนถ้าจะนับว่าวิกฤต ก็เห็นจะเป็นที่ปากีสถาน ที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตนับพันจากเหตุการณ์น้ำท่วมสูง เพราะฝนที่ตกลงมา อย่างต่อเนื่องมากกว่าทุกปีถึง 780% แต่น้ำที่ท่วมจนทำร้ายผู้คนปากีสถาน ไม่ใช่แม่น้ำคงคา! เพราะคงคาไม่ได้ไหลผ่านประเทศปากีสถาน! คงคาไหลผ่านเฉพาะอินเดียและบังกลาเทศเท่านั้น!
แต่กลับกลายเป็นว่าสำนักข่าวส่วนใหญ่ นำเอาปากีสถาน มาผูกกับแม่น้ำคงคา และเมืองพาราณสี จนทำให้คนรู้เกิดความสับสนไปหมด ส่วนคนไม่รู้ก็ตะหนกตกใจไปตามกัน!
สำหรับในเมืองพาราณสี ช่วงฤดูน้ำแบบนี้ กิจกรรมทางน้ำหลายอย่าง เช่น การล่องเรือ หรือ การทำอารตีบูชา ที่ทำในท่าน้ำหลัก อย่างท่าทศอัศวเมศฆาตทุกค่ำคืน หรือ ท่าอัสสีฆาตในทุกยามเช้า จะถูกยกเลิกทั้งหมด เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกรากมาก และท่าน้ำเกือบทั้งหมดถูกน้ำท่วมจนจมมิด แต่สิ่งที่ยังคงมีปฏิบัติอยู่ไม่ขาด คือ การทำสุริยนมัสการ การอาบน้ำชำระล้างบาป การทำพิธีบิณฑทาน (การทำบุญอุทิศส่วนกุศล) และการเผาศพ ที่ริมคงคา
สำหรับบางบ้านในเมืองพาราณสีที่แม่น้ำคงคาไหลเข้าท่วม ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนและพูดคุย จนทำให้เกิดทัศนคติใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งที่น้ำท่วมบ้าน ควรจะประสบความทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่คนอินเดียในเมืองพาราณสีจำนวนมาก กลับมองว่า เป็นโอกาสดีที่พระแม่คงคาได้เข้ามาเยือนถึงบ้านของตัวเอง! เพราะบางคนยากจน ต้องทำงาน บางคนพิการ หรือป่วย ทำให้ไม่มีโอกาสเดินไปสู่แม่น้ำคงคาที่เขาเคารพและศรัทธา เมื่อพระแม่มาเยือนถึงบ้าน จึงกลายเป็นความโชคดีของพวกเขา
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกหาข้อดี เลือกมองสิ่งดี จากวิกฤต หรือ ภัยที่เกิดขึ้น ทำให้เขาเหล่านี้ไม่ต้องประสบ ทุกข์ที่ใจ เป็นการซ้ำเติมความทุกข์ทางกายให้หนักหนาสาหัสยิ่งไปกว่าเดิม ถ้าเป็นบ้านเราพอน้ำท่วม ต้องมองหาก่อนว่าจะโทษใคร! โทษผู้ว่าฯ โทษนักการเมือง หรือโทษใครสักคน คนส่วนใหญ่มีความทุกข์ก็เพราะความคิด การย้ำคิด มองแต่เรื่องผิด พยายามหาแต่โทษ ที่สุดกลับกลายเป็นซ้ำเติมเพิ่มความทุกข์ให้กับตัวเอง!
แต่คนอินเดียในเมืองพาราณสี กลับมองหาประโยชน์ในปัญหา แล้วสามารถยิ้มได้อย่างมีความสุข สมกับความศรัทธาที่เขามีต่อพระแม่คงคา จนต่อให้ ‘แม่น้ำคงคาไหลท่วมกลืนกินพาราณสี ทั้งเมือง’ คนส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้ทุกข์ร้อนสาหัสแต่อย่างใด เพียงรอน้ำลด แล้วทำความสะอาดบ้าน แล้วก็ดำรงชีวิตอยู่ต่อไป
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐