บีบีซีรายงานวันที่ 10 ก.ย.ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงความคืบหน้าสถานการณ์รัสเซียรุกรานยูเครนว่า กองทัพยูเครนสามารถยึดคืนพื้นที่ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียบุกรุกและเข้ายึดครองทางภาคตะวันออกและตอนใต้มากกว่า 1,000 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 625,000 ไร่ และยังยึดคืนพื้นที่จัดตั้งของรัสเซียในแคว้นคาร์คิฟกว่า 30 แห่ง
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียในแคว้นคาร์คิฟแถลงยอมรับชัยชนะของกองทัพยูเครนในการโจมตียึดคืนพื้นที่ทางภาคตะวันออก โดยระบุว่าทหารยูเครนนำกำลังตีแนวทหารด่านหน้าของรัสเซีย ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพประชาชนในเมืองคูเปียนสก์ หนึ่งในเมืองสำคัญของคาร์คิฟที่รัสเซียเข้าครอบครอง แต่ปฏิเสธกระแสข่าวว่ายูเครนยึดคืนเมืองบาลาคลิยา แม้จะมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ทหารยูเครนนำกำลังลาดตระเวนเมืองดังกล่าวและมีรายงานว่ารัสเซียเร่งส่งกำลังพลเสริมทัพในแคว้นคาร์คิฟ
ขณะที่กองทัพยูเครนโพสต์เฟซบุ๊กว่า 3 วันที่ผ่านมา ทหารยูเครนสามารถรุกคืบเข้าพื้นที่แคว้นคาร์คิฟที่ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริงจะถือเป็นการเคลื่อนกำลังพลแถวหน้าที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่กองกำลังรัสเซียล่าถอยอย่างรวดเร็วจากเขตรอบนอก กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริฌเฌีย โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคยุโรป หลังมีการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับและเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า
ขณะที่หน่วยงานดูแลพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนเปิดเผยว่า กองกำลังรัสเซียซึ่งตรึงกำลังและยึดครองโรงไฟฟ้าซาโปริฌเฌียก่อเหตุสังหารพนักงานโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 2 ราย นอกจากนี้ยังจับกุมพนักงานอีกหลายสิบคนไปกักขังและทารุณกรรม