ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยต่อข่าว สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรสวรรคตขณะพระชนมพรรษา 96 พรรษา นอกจากพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ และเป็นอันดับสองของโลกรองเพียงพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสซึ่งครองราชย์นานถึง 72 ปี 110 วัน “ควีนอลิซาเบธ” ยังเป็นผู้นำทรงอิทธิพลของโลก ทรงเป็นไอคอน และทรงเป็นภาพจำที่ติดตราตรึงใจผู้คนมาตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชบัลลังก์ราชวงศ์วินด์เซอร์

ด้วยฉลองพระองค์สีสันสดใสเข้าชุดกับพระมาลา กระเป๋า และรองพระบาท ประกอบกับรอยแย้มสรวลอารมณ์ดีและพระโอษฐ์สีแดงสวยเป็นเอกลักษณ์ แค่ได้ชื่นชมพระบารมีไม่ว่าใครก็คงยิ้มตามอย่างห้ามไม่ได้
พระราชประวัติโดยย่อ ข้อมูลบางส่วนจากบีบีซี ระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 พระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2469 ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 เเละสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ พระราชชนนี

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 เสด็จขึ้นครองราชย์เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 พระเชษฐาทรงสละราชสมบัติ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระยศ เจ้าหญิงอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี เเห่งยอร์ก จึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัชทายาท

ต่อมาในวันที่ 6 ก.พ. 2495 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 สวรรคต ส่งผลให้เจ้าหญิงอลิซาเบธต้องเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาในขณะทรงพระชนมายุ 25 พรรษา พระราชพิธีราชาภิเษกจัดขึ้นให้หลัง 16 เดือนที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2496 และเป็นครั้งแรกที่พระราชพิธีนี้ถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนทั่วโลก

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธทรงเริ่มปฏิบัติพระราชกรณียกิจตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงดำรงพระยศทหารพันเอกแห่งกองทหารราบรักษาพระองค์ เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมากมาย
เมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐบาลและเริ่มปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะรัชทายาท ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการทหารนอกประจำการ

ในปีที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 21 พรรษา ทรงประกาศหมั้นกับเรือโทฟิลลิปส์ เมาท์แบทเท็น ก่อนจัดพระราชพิธีเสกสมรสที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2490 และพระราชทานฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ
ทั้งสองพระองค์ทรงมีรัชทายาทรวม 4 พระองค์ คือ เจ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมาร ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เป็น “คิงชาร์ลส์” ต่อจากพระบรมราชชนนี เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ทรงมีพระราชนัดดา (หลาน) 8 พระองค์ และพระราชปนัดดา (เหลน) 12 พระองค์

ต้นปี 2564 หลายฝ่ายเริ่มกังวลถึงพระพลานามัยของเจ้าชายฟิลิปซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุ 99 พรรษา กระทั่งมีข่าวเศร้าในเดือนเม.ย.ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ นอกจากความโศกเศร้าจะปกคลุมไปทั่วประเทศแล้ว พสกนิกรยังเป็นห่วงสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองพระองค์ทรงครองรักกันยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ

ช่วง 1 ปีหลังจากที่พระราชสวามีสิ้นพระชนม์ พสกนิกรเริ่มเห็นองค์ราชินีแย้มสรวลได้อีกครั้ง ถึงอย่างนั้นในวาระครบรอบวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 96 พรรษา สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่2 ทรงเลือกฉลองวันสำคัญเป็นการส่วนพระองค์พร้อมหน้าพระบรมวงศานุวงศ์ที่พระตำหนักซานดริงแฮมในเขตชนบทของมณฑลนอร์ฟอล์ก

ในเดือนมิ.ย. 2565 ทรงปรากฏพระวรกายด้วยพระพักตร์สดใสระหว่างทอดพระเนตรพิธีสวนสนามของทหารกองเกียรติยศเนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี พร้อมหน้าพระบรมวงศานุวงศ์ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมี อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ทรงงดปฏิบัติพระราชกรณียกิจเนื่องด้วยทรงมีปัญหาการเคลื่อนไหวพระวรกาย
โดยก่อนหน้านี้เพิ่งมีการเผยแพร่พระบรมฉายาลักษณ์ขณะที่นางลิซ ทรัสส์ รมว.ต่างประเทศ เข้าเฝ้าที่ปราสาทแบลมอรัลในสกอตแลนด์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พระองค์ทรงแต่งตั้งนางทรัสส์เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 2 ครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 9 ครั้งแรกในเดือน ก.พ. 2515 โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.เชียงใหม่

ในปี 2539 เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสปีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 28 ต.ค. – 1 พ.ย. 2539