สัจธรรมแท้ที่ริมคงคา เมืองพาราณสี
ฝึกจิต
เมืองพาราณสี สี (Varanasi) รู้จักกันอีกชื่อว่า กาสี (Kashi) เมืองแห่ง แสงสว่าง เมืองที่เป็นดั่งสรวงสวรรค์ของผู้ล่วงลับ ตามความเชื่อของชาวฮินดู ถ้าใครมีโอกาสมาสิ้นลมหายใจที่เมืองนี้ และได้เผาศพ ริมฝั่งแม่น้ำคงคาของเมืองพาราณสี จะทำให้วิญญาณ เข้าถึงความหลุดพ้น หรือบรรลุโมกษะได้ ซึ่งนี่เป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนาฮินดู
โดยการเผาศพที่ริมคงคาเมือง พาราณสี จะมีการเผาอยู่เพียง 2 ท่าน้ำ จากทั้งหมด 88 ท่า
ท่าสำคัญที่สุด และถือเป็นท่าเผาศพของคนในวรรณะต่างๆ ของศาสนาฮินดู คือ ท่ามณิกรรณิการ์ฆาต อันเป็นท่าที่เชื่อกันว่า พระศิวะและพระนางปารวตี เคยลงมาสรงสนาน จนทำต่างหูตกเอาไว้ ทำให้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญสืบต่อไปไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี ตามบันทึกประวัติศาสนาของเมือง
โดยการเผาศพ จะแบ่งลำดับชั้น ตามวรรณะของผู้วายชนม์ ถ้าวรรณะสูง เผาอยู่ในตำแหน่งสูง ถ้าวรรณะล่าง เผาอยู่ด้านล่าง ส่วนคนนอกวรรณะอย่างจัณฑาล จะไม่ได้เผาที่ท่าน้ำแห่งนี้
ต้องไปเผาอีกท่าหนึ่ง คือ ท่าหริ จันตฆาต อันเป็นท่าน้ำสำหรับเผาคน นอกวรรณะ และนอกศาสนาฮินดู
สำหรับผู้ที่มีฐานะดี ก็สามารถใช้ไม้ ที่มีค่าอย่างไม้จันทน์หอม ไม้กฤษณา มาเป็นเชื้อเพลิงในการเผา ส่วนถ้าใครฐานะยากจนก็ใช้เพียงไม้มะม่วงเท่านั้น แต่ถ้าผู้ที่ยากจนมาก สามารถจะขอการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นค่าทำศพได้ รายละ 500 รูปี
โดยหลักการเผาศพ จะต้องมีการนำศพลงไปจุ่มน้ำในคงคาอีกครั้ง เพื่อชำระล้างให้บริสุทธิ์หมดจด ก่อนจะนำไปวางบนเชิงตะกอน และจะใช้ไฟจาก โดมราชา (Dom Raja) หรือ เรียกแบบบ้านเรา คือ หอบูชาไฟ อันเป็นไฟที่เชื่อว่า เป็นไฟจากเทพเจ้า ที่รักษาสืบต่อเนื่องกันมาไม่เคยดับตลอดระยะเวลา 4,000 ปี มาเป็นไฟชนวน ซึ่งปัจจุบันตระกูลที่ดูแล โดมราคา คือ พราหมณ์ตระกูลเจาดารี (Choudhary) ชาวอินเดียมีความเชื่อที่ว่าไฟที่ได้รับจากโดมราชา จะทำให้ผู้ตายเข้าสู่โมกษะอีกวิธีหนึ่งด้วย
โดยที่ โดมราชา จะเป็นผู้จุดไฟเผาตรงปากของผู้ตายเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงจุดไฟบริเวณกองฟืนทั้งหมดเพื่อให้ไฟศักดิ์สิทธิ์ได้ทำหน้าที่ชำระล้างบาปผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นญาติของผู้ตาย จำกัดเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่จะอยู่ร่วมพิธีได้ จะประกอบพิธีศราทธ์ (Shraddha) เป็นการบูชาวิญญาณบรรพบุรุษด้วยข้าวบิณฑ์ (Pindas) หรือก้อนข้าวสุก เพื่อให้ ผู้ตายมีอาหารกิน ไม่ต้องเป็นเปรตเร่ร่อนที่หิวโหย
เมื่อผู้ล่วงลับได้รับข้าวแล้วจะได้ไปสู่สุคติ อยู่ร่วมกับวิญญาณบรรพบุรุษ ผู้ทำศราทธ์ ถ้าเป็นลูกชายจะช่วยให้บิดาพ้นขุนนรกชื่อ “ปุตตะ” พิธีนี้จะเริ่มในวันแรกเมื่อมีผู้ตาย เสียชีวิตก่อนที่จะเผาศพ
เมื่อเผาไปแล้ว จะมีการทุบหัวกะโหลก ให้แตกออก เพราะทางฮินดูเชื่อว่าจะเป็นช่องทางออกของจิตวิญญาณไปสู่ สรวงสวรรค์ และเมื่อเผาจนเหลือแต่เถ้าธุลี สัปเหร่อก็จะโกย ขี้เถ้าลงในแม่น้ำคงคาทั้งหมด เป็นการคืนธาตุสู่ธรรมชาติ
ส่วนศพบางประเภท จะไม่ถูกนำเผา เพราะถือว่าบริสุทธิ์ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้พระอัคคีช่วยชำระอีก คือ
ศพนักบวช ศพเด็กน้อย ศพหญิงตายท้องกลม ศพที่ถูก งูกัดตาย ศพที่ถูกฟ้าผ่าตาย และศพที่ตายเพราะโรคระบาด
โดยศพดังที่กล่าวมานี้ จะทำพิธีลอยลงสู่แม่น้ำคงคาไปโดยตรง
การได้เห็นสถานที่เผาศพริมฝั่งคงคาเมืองพาราณสี เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นสัจจะของชีวิตว่า ที่สุดก็ไม่มีใครพ้นความตายกลายเป็นเถ้าธุลีไปได้ ไม่ว่าจะวรรณะสูงต่ำ ร่ำรวยยากจนแตกต่างกันอย่างไร เมื่อร่างกายแตกสลายก็กลายเป็นผงธุลีด้วยกันทั้งสิ้น ดังที่ลูกหลานญาติพี่น้องที่หามศพผู้ตายมาสู่ท่าน้ำ จะตะโกนตลอดทางว่า “รามนาม สัจจะ แฮ” แปลว่า มีแต่ชื่อของพระรามเท่านั้นที่คงอยู่ นอกนั้นล้วนดับสูญสิ้น คงเหลือไว้แค่ดีชั่วที่ประดับไว้ในโลกาและติดตามไปไม่สิ้นสุด จนกว่าจะถึงวันยุติอย่างแท้จริง…
พระเฉลิมชาติ ชาติวโร
พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐