ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ประชาชนจำนวนมาก เดินทางเข้าวัดทำบุญตามความเชื่อว่าจะช่วยทำให้จิตใจสงบผ่องใส เสริมสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิต

ดังนั้น ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งบรรยากาศการเข้าวัดทำบุญ ที่วัดวิเวก วายุพัด ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา มีประชาชนจำนวนมาก เข้ามาทำบุญทำสังฆทานและทำพิธีต่อเส้นวาสนา มี “หลวงปู่ลอง สิริธโร” พระเกจิ อาจารย์ชื่อดังที่ให้ความเมตตากับศิษย์ ที่เดินทางมากราบนมัสการ รับฟังธรรมประพรมน้ำพระพุทธมนต์ รวมทั้งปรารถนาวัตถุมงคลที่เข้มขลัง

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ ลูกเสน่ห์, เหรียญต่อเส้นวาสนา (เหรียญรุ่นแรก), ผ้ายันต์พญาปูหนีบทรัพย์, ตะกรุดหมดหนี้, นกเรียกทรัพย์จับเงินทองรุ่น 3, เหรียญต่อ เส้นวาสนารุ่น 3 เป็นต้น

ปัจจุบันสิริอายุ 91 ปี เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดและเปี่ยม ด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ พระอาจารย์องค์หนึ่งของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดย อยู่ปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิดที่วัดบางปะกอก จนกระทั่งหลวงปู่พริ้งสิ้นบุญ

มีนามเดิม “ประลอง วรรณสว่าง” เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 11 ก.ย.2474 ปีมะแม ที่บ้านบางปะกอก ต.บางปะกอก อ.ราษฎร์บูรณะ จ.ธนบุรี ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา แต่ ค่อนข้างมีฐานะดีและมีความผูกพันกับพระพุทธศาสนา เนื่องจากปู่ของท่าน (หลวงปู่พริ้ง อินทโชติ วัดบางปะกอก พระเกจิชื่อดังยุคอินโดจีน) เอ็นดูเป็นพิเศษ จึงบวชเณรให้ตั้งแต่วัยเด็ก ได้รับการปลูกฝังให้อยู่ในร่มธรรม มีโอกาสได้ฟังธรรมและศึกษาเล่าเรียน ทั้งภาษาไทย-บาลี จนแตกฉาน

ประกอบกับเป็นผู้ที่มีความสนใจทางด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน จึงฝึกฝนทางด้านนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งเรียนด้านวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงปู่พริ้งจนหมด

ด้วยความสนใจศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคมมาตั้งแต่เป็นสามเณร สำนักใดมีชื่อเสียงในขณะนั้น ท่านจะไปศึกษาและออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ มีโอกาสเข้ากราบพบหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด จึงฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จนปฏิบัติได้จริง

ต่อมาได้ลาสิกขา ออกไปเป็นทหาร

พ.ศ.2510 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัด บางปะกอก มี พระครูโอภาสศีลคุณ วัดบางปะกอก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวินัยธรทองใบ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์แขม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “สิริธโร”

ด้วยความมานะพากเพียรและมุ่งมั่น ทำให้ท่านมีชื่อเสียงด้านวิทยาคมและ วิชาแพทย์แผนโบราณ นำมาสงเคราะห์ชาวบ้านในสมัยนั้น

จากนั้นออกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ไม่ได้อยู่ ที่ใดที่หนึ่งนานๆ กระทั่งรับนิมนต์มาอยู่จำพรรษาวัดวิเวกวายุพัด โดยจำวัดอยู่ข้างเมรุ ซึ่งสภาพวัดสมัยนั้นเงียบสงบ เหมาะต่อการปฏิบัติธรรม

ต่อมาเล็งเห็นว่าเสนาสนะภายใน วัดวิเวกวายุพัดชำรุดทรุดโทรม ควรได้รับการบูรณะ จึงเริ่มสร้างวัตถุมงคลของขลังให้ญาติโยม ร่วมทำบุญ

แม้วัตถุมงคลได้รับความนิยมจากบรรดาสานุศิษย์ เนื่องจากมีประสบการณ์ แต่ก็ไม่เคยโอ้อวด ตรงกันข้ามกลับพร่ำสอนให้ญาติโยมดำรงชีวิตด้วยความ ไม่ประมาท โดยเน้นย้ำเสมอว่า “สิ่งมงคลย่อมบังเกิดผลดีแก่ผู้ประพฤติดีประพฤติชอบและเชื่อมั่นศรัทธาเป็นที่ตั้ง แม้จะมีของดีมากมาย แต่ทุกคนก็หนีความตายไม่พ้น”

แม้ล่วงเข้าวัยชรา แต่ยังปฏิบัติกิจสงฆ์อย่างไม่บกพร่อง ตื่นแต่เช้า กวาดลานวัด ทำงาน ฉันมื้อเดียว ยามว่าง นั่งสมาธิ ภาวนาวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นประจำ

นำวิชาความรู้ด้านวิทยาคม เป็นกุศโลบายสำคัญในการอบรมสั่งสอน ศีลธรรมให้ประชาชนทั่วไป ยึดหลักธรรมคำสอนตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เป็นวิถีสำคัญในการประพฤติปฏิบัติธรรมและเข้าถึงธรรมะได้อย่างง่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน