บุ๊กสโตร์
…คือราชินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเครือจักรภพ คือรัฐสตรีผู้ทรงเกียรติบนเวทีโลก และนี่คือสารใน “Queen of the World” สำนักพิมพ์มติชนภูมิใจชวนอ่าน
สารคดีเชิงประวัติศาสตร์เล่มสำคัญที่บอกเล่าพระราชประวัติของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ราชินีผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีบทบาททั้งในเครือจักรภพและเวทีโลก

ถามว่า ต่างอย่างไรกับหนังสือที่ว่าด้วยพระราชประวัติโดยทั่วไปที่เน้นบทบาทภายในประเทศ คำตอบคือ “Queen of the World” ฉายให้เห็นบทบาทอันสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับเวทีโลกที่ทำให้พระองค์เป็นรัฐสตรีผู้ทรงเกียรติ พร้อมเผยเรื่องราว behind the scene ตั้งแต่บทบาททางการทูตและแนวทางดำเนินนโยบายด้านการระหว่างประเทศ ความแยบยลในบทสนทนาระหว่าง มื้ออาหารค่ำกับบุคคลสำคัญทั่วโลก ตลอดจนรายละเอียดยิบย่อยที่สุดอย่างการเลือกสรรเครื่องแต่งกาย
และพาไปพบกับบทสัมภาษณ์เชิงลึกของบรรดาผู้ใกล้ชิดสายตรง ทั้งเอกอัครราชทูต บุคคลผู้ใกล้ชิดในวัง รวมถึงเชื้อพระวงศ์ และเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานและมุมมองที่หลากหลาย
จึงนอกจากจะเป็นหนังสือพระราชประวัติ ยังเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ผลงานของ โรเบิร์ต ฮาร์ดแมน นักข่าวผู้สามารถเข้าถึงข้อมูลสุด exclusive ของราชวงศ์อังกฤษ มีความเชี่ยวชาญในประวัติราชวงศ์โดยเฉพาะ เป็นที่ยอมรับในวงการหนังสืออย่างกว้างขวาง ขณะที่ภาคภาษาไทย แปลโดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการข่าวระหว่างประเทศและบริบททางสังคมการเมือง
สำหรับปกหนังสือที่ปรากฏนี้คือฉบับภาษาต่างประเทศที่ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ ส่วนฉบับภาษาไทยจะเผยโฉมไม่นานเกินรอ โดยนอกจากความพิเศษของเนื้อหาแล้ว สำนักพิมพ์มติชนยังได้เปิดจอง รอบ Early Bird ในราคา 720.- จากราคาเต็ม 900.- อีกทั้งยังจัดส่งฟรีสำหรับ นักอ่านที่จองตั้งแต่วันนี้-23 กันยายน 2565
สั่งจองได้เลยที่ https://bit.ly/3L1aqeU หรือ Shopee : https://bit.ly/3QKU1g5
…“ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” วังที่ประวัติศาสตร์จีนบันทึกช่วงเวลานานนับถึง 600 ปีที่เคยเป็นที่ประทับและบริหารราชกิจของจักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิง 24 พระองค์ และโดยที่เมื่อ 600 ปีนั้น ไม่มีปุถุชนคนใดอาจเอื้อมถึง

หนังสือเล่มนี้ พลิกพระราชวังเบื้องหลังกำแพงสีแดงสูงตระหง่านให้ฟื้นคืนชีวิตในวันที่ “พระราชวังต้องห้าม” แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ จำลองภาพผู้คนที่เคยมีตัวตนอยู่จริงในพระราชวังแห่งนี้ พร้อมสารพันเรื่องราวเล่าผ่าน สิ่งก่อสร้างแต่ละแห่งในพระราชวัง ตั้งแต่ภาพกว้างของผังสถาปัตยกรรมซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร ลงลึกไปจนถึงรายละเอียดยิบย่อยของอิฐ 1 ก้อน แจกันเขียนสี 1 ใบ หรือเครื่องเรือนโบราณ 1 ชิ้น รวมทั้งแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบสถาปัตยกรรมโบราณและการใช้งานจริงในแต่ละยุคสมัย
และชะตาชีวิตของเหล่าจักรพรรดิ พระมเหสี หรือพระสนมที่เคยอาศัยในแต่ละตำหนัก ความรุ่งโรจน์และเสื่อมสลายของ 2 ราชวงศ์สุดท้ายแห่งยุคศักดินาจีน “หมิง-ชิง”
แม้ผ่านมาร่วมร้อยปีที่ปราศจากราชวงศ์จีนประทับอยู่ในพระราชวังต้องห้าม แต่เมื่อทบทวนประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงอยู่ในหนังสือ เราก็มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าครั้งหนึ่งอาณาจักรของโอรสสวรรค์เคยสูงส่งเกรียงไกรเพียงใดในใต้หล้า
เป็นหนังสือภาพที่พิมพ์สี่สีตลอดทั้งเล่ม เผยความวิจิตรอลังการและเรื่องราวของพระราชวังต้องห้ามแห่งกรุงเป่ยจิง จากความตั้งใจของผู้เชี่ยวชาญแห่งพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดทั้งด้านเอกสารโบราณและศิลปกรรมประเภทต่างๆ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และประณีตศิลป์ เพื่อความเข้าใจประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และชีวิตของผู้คนที่อยู่ในรั้วพระราชวังที่มีความเป็นมายาวนานหลายร้อยปี
ดังที่ ตามจี้เสียง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ กล่าวไว้ “พระราชวังต้องห้ามมิใช่เป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่ง ทว่าเป็นที่ที่มีผู้คนอยู่อาศัย มีเรื่องราวเกิดในฝ่ายหน้า ฝ่ายใน พระราชอุทยาน และยังมีเรื่องเล่าจากความคิดและความรู้สึก แต่ละเรื่องล้วนไม่ธรรมดา”

…“จักรพรรดิราช คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย” หนังสือที่นอกจากจะพยายามอธิบายคติจักรพรรดิราชอันเป็นกรอบวิธีคิดของชนชั้นนำไทยที่รับมาปรับใช้ในการปกครอง โดยแฝงเร้นอยู่ภายใต้กิจกรรมทางการเมือง
ยังเสนอความเปลี่ยนแปลงคติความเชื่อของชนชั้นนำไทย ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2172-2394) เพื่อชี้ให้เห็นว่าบริบทการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้สร้าง “ประสบการณ์และคลังความรู้” ในโลกทัศน์ของชนชั้นนำ จนนำไปสู่การคลี่คลายของคติจักรพรรดิราชในกระแสธารความคิดความเชื่อของชนชั้นนำไทย
การปรับเปลี่ยนความรู้และรู้จักมองโลกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเกิดจากกิจกรรมทางการค้า การทูต และการสงคราม จนทำให้แต่เดิมที่การเป็นพระจักรพรรดิราชคือการเป็นเจ้าผู้ปกครองโลกมนุษย์ ได้แปรเปลี่ยนเป็นพระจักรพรรดิราชในปริมณฑลอันจำกัด ก่อนที่แนวคิดการเป็นจักรพรรดิราชจะค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นในพิธีกรรมของชนชั้นนำ
ผู้สื่อข่าวหรรษา