สถานการณ์ “กัญชา” กำลังจะเป็น “บทเรียน” อันล้ำค่าต่อพรรคภูมิใจไทย
เนื่องจากก่อให้เกิดคำถามถึงสาเหตุแห่งการผนึกพลังในทางการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย
นี่มิได้มาจากปม “กัญชา” เป็น “ยาเสพติด” ด้านเดียว
เพราะว่าเมื่อมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในวาระหนึ่ง ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ล้วนเห็นชอบ
แล้วอยู่ๆ ทำไมจึงได้สกัดและขัดขวาง
ต้องยอมรับว่าความห่วงใยต่อสถานะของ “กัญชา” ดำรงอยู่จริงในสังคม
เนื่องจากหลังมีการปลดปล่อยให้อยู่ในบรรยากาศแห่ง “กัญชาเสรี” ก็ได้มีหลายปรากฏการณ์อันสร้างความวิตกให้กับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
เกรงว่าจะ “เสรี” จนไร้ขอบเขต การควบคุม
ไม่ว่าเหตุผลของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าเหตุผลของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าเหตุผลของพรรคเพื่อไทย ล้วนเป็นเช่นนี้
ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่
เป้าหมายอย่างแท้จริง ยังเป็นเป้าหมายในทาง “การเมือง” การต่อสู้ในทางการเมือง
มองจากพรรคประชาธิปัตย์ มองจากพรรคพลังประชารัฐ นโยบาย “กัญชา” ในมือพรรคภูมิใจไทยอาจเป็น “อาวุธ” อันทรงพลังในการขยายพื้นที่
รุกคืบเข้าไปยึดครองแต่ละเขตของ “ภาคใต้”
ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยซึ่งเพิ่งเปิดยุทธการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” อย่างอึกทึกครึกโครมในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ย่อมคิดอย่างเดียวกัน
เกิดพันธมิตรต้าน “พรรคภูมิใจไทย” ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
มีความเป็นไปได้ว่าพันธมิตรในแนวร่วมลักษณะนี้จะยิ่งขยายตัว เติบใหญ่
ตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ ก็คือ การเป็นพันธมิตรโดยพื้นฐานระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลในการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งนายกอบจ.ร้อยเอ็ด
เท่ากับขจัดอิทธิพล “พลังประชารัฐ” โดยพื้นฐาน