‘หม่ำ จ๊กมก’ชีวิตติดดิน 40ปีอยู่ในวงการไม่เคยเหลิง

ข่าวสดอาทิตย์ใส

เพิ่งลงแสดงภาพยนตร์เรื่องล่าสุด “เลิฟเลย 101” ที่เข้าโรงฉายไปเมื่อ ต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับนักแสดงตลก รุ่นใหญ่ ‘หม่ำ จ๊กมก’ หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา นอกจากจะเป็นนักแสดงตลกแถวหน้าแล้ว เจ้าตัวยังมีดีกรีเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ พิธีกร เจ้าของบริษัท บั้งไฟ ฟิล์ม จำกัด และบริษัท บั้งไฟ สตูดิโอ จำกัด นอกจากนี้ยังเป็นผู้บริหารค่ายเพลงยุ้งข้าวเรคคอร์ดอีกด้วย

โดยวันนี้ตลกดังได้ปลีกเวลามาพูดคุยถึงงานที่ทำในวงการบันเทิง พร้อมอัพเดตชีวิต

ทำหนังออกมาทุกปี?
หม่ำ – “ครับ ก็มีหนังรักบ้าง ย้อนยุคบ้าง ไปตามยุคสมัย ผมเป็นคนชอบดูหนังอยู่แล้วมันก็เลยหลากหลาย ที่จะถ่ายเรื่องต่อไปของเอ็มพิคเจอร์ส หญิงแย้มกับ อีเยื้อน ผมกำกับฯ เอง”

โจทย์แต่ละเรื่องยากขึ้นไหม?
หม่ำ – “ก็ยากขึ้น โลกมันเปลี่ยน มันสมัยใหม่ขึ้น ต้องสมัยใหม่ตามเขา ก็พัฒนาตัวเองตลอด ดูทั้งหนังเก่าหนังใหม่ ดูหมดในเน็ตฟลิกซ์ ผ่านตาผมยาก เหมือน คังคุไบ ผมดูแล้วก็คิดได้ทันทีเลยว่าถ้า จะทำหนังแบบนี้ของไทย ผมจะทำหนัง ผู้หญิงโสเภณีที่หากินในเรือแถวประตูน้ำ ซึ่งเป็นยุค 60-70 ปีที่แล้ว ในยุคนั้นที่ไปเที่ยวผู้หญิงต้องพายเรือออกไป แต่ก็ทำ ไม่ได้หรอก หนังชีวิตหนังดราม่าไม่กล้าทำ”

ทำไมไม่กล้าทำหนังชีวิตหนังดราม่า?
หม่ำ – “มันถูกตีกรอบไว้ว่าหนังหม่ำจะมีน้ำตาไม่ได้ ต้องมีรอยยิ้ม เหมือนหนังเรื่อง เฉิ่ม คอหนังจะชอบมากว่านุ่นกับหม่ำเล่นหนังเรื่องนี้ซึ้งมาก น้ำตาร่วง แต่คอตลกจะบอกว่าไม่ได้ยิ้มไม่ได้ขำเลย เขามองว่าถ้าเห็นหน้าเราต้องได้ยิ้มหัวเราะมีความสุข เวลาคนเจอตลกไม่เหมือนเจอพระเอกนางเอก มันจะต่างกัน เวลาเขาเจอตลกอย่างเราจะทักเลย พี่หม่ำ มาทำอะไรพี่ วันนี้ไปหาเมียน้อยเหรอ เขากล้าพูด เหมือนเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน”

ทำมาหลายบทบาท ตั้งแต่ตลก ผู้กำกับฯ ผู้บริหารค่ายเพลง?
หม่ำ – “ทำมาทุกอย่างแล้ว เหลืออย่างเดียว ยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี (ยิ้ม) สิ่งที่เราทำมาทุกอย่างหรือว่าเราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็ได้นะ ทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นอันนั้น บางคนเกิดมาเพื่อเป็นผู้ช่วยผู้กำกับฯ เป็นผู้กำกับฯ ไม่ได้นะ คนบางคนเกิดมาเพื่อบริหารประเทศชาติยังไงมันก็ต้องเป็น นายกฯ อย่างตัวผมที่ทำมาหลายอย่างมันคือบันเทิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ครอบคลุมทั้งหมด ผมเป็นตลกมันไม่แปลก ถ้าเป็นนักธุรกิจจะแปลกทันที เพราะปกติอยู่ที่บ้านก็เป็นคนแบบนั้น หัวโจกเล่าเรื่องโจ๊ก เป็นผู้นำทางด้านเสียงหัวเราะตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นคนชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็ก ดูหนัง ดูลิเก ดูตลก ดูลูกทุ่ง พอมาเป็นผู้กำกับหนังก็ไม่แปลก เป็นนักแสดงก็ไม่แปลก ทุกคน เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ช่วงหลังก็มา บริหารค่ายเพลงยุ้งข้าวเรคคอร์ด ของเวิร์คพอยท์ มันถูก ขีดเขียนไว้หมดแล้ว”

บทบาทการเป็นผู้บริหารค่ายเพลงเป็นอย่างไร?
หม่ำ – “ผมเป็นคนชอบฟังเพลงลูกทุ่งอยู่แล้ว ไม่น่ายาก และเป็นคนชอบร้องเพลงด้วย เพียงแค่หาเพลงดีๆ มาให้เด็กร้องให้เข้ากับคนนั้น แต่การปั้นคนยาก เดาใจคนฟังไม่ถูกว่าเขาชอบฟังเพลงแนวไหน เหมือน ไรอัล กว่าจะหาเพลงให้เขาได้ ตอนนี้เขากำลังมาแรง เอ็มวีเราก็คิดเอง นักแสดงก็ต้องหาเอง บางคนไม่รู้ว่าผมออกแบบเอ็มวีเองทั้งหมด จะทำอะไรก็แล้วแต่ มันต้องชอบต้องรัก ด้วยนะถึงจะทำได้ ไม่มีหรอกที่คนดูแล เจ้าของบริษัทเจ้าของค่ายไปคุมร้องเอง แล้วถ้าไม่ดีไปร้องใหม่ เบอร์เต็งๆ ทั้งนั้นเลยในยุ้งข้าว ไม่ถูกใจ ร้องไม่ได้อารมณ์ ผมให้ไปร้องใหม่ ผมไปคุมเอง มันต้องร้องให้สุด”

เกณฑ์ในการเลือกเพลงให้นักร้อง ในค่ายอย่างไรให้ปัง?
หม่ำ – “ต้องมองลักษณะของคนร้องก่อน โทนเสียงเป็นแบบไหน โหงวเฮ้งของเพลงด้วย แต่ก็เอาแน่ไม่ได้ ไม่รู้จะโดนใจคนฟังหรือเปล่า การเดาใจคนฟังสำคัญมาก ก็เหมือนหนัง อารมณ์เดียวกันเลย จะโดนใจคนดูไหมเราต้องเดาใจคนดูด้วย”

เป็นตลกซุปตาร์ แต่ชีวิตจริงติดดิน?
หม่ำ – “จริงๆ ผมไม่ชอบคำนี้นะ มีรายการหนึ่ง มีวีทีอาร์เขาบอก พี่หม่ำ พูดคำนี้หน่อย สวัสดีครับ ผมหม่ำ จ๊กมก เป็นตลกซูเปอร์สตาร์ เฮ้ย พี่ไม่กล้าพูดแบบนี้หรอก อย่าให้พี่พูดเลย ไม่เอาดีกว่า ให้พูดว่า ผมหม่ำครับ เจอกับผมวันนี้นะครับ อย่างนี้ได้ ถ้าให้พูดคำว่าซูเปอร์สตาร์ อาย เหมือนคำว่าตลกเบอร์หนึ่ง ผมก็ไม่ชอบอีก ผมไม่ใช่เบอร์หนึ่ง แล้วก็ไม่ใช่เบอร์สอง และไม่ใช่ตลก เบอร์รองของใคร แต่เป็นตลกที่อยู่ในใจของคนไทยตลอดไป นี่คือของผม ขนาดคลิปอันหนึ่งที่ทะเลาะกับเมียยังใช้คำว่า เฮ้ย กูตลกอันดับต้นๆ นะเว้ย ยังใช้คำนี้เลย กูตลกระดับประเทศนะไม่กล้าพูด แบบนั้น อาย”

“คนมองว่าไอ้หม่ำมึงขำว่ะ บางทีเราก็คิดกูขำตรงไหนวะ แต่ที่จริงมันก็คือตัวตนเรานั่นแหละ และตลกทุกคนจะกลัวผมเวลาเล่นด้วยกัน ความเป็นพี่ใหญ่ก็มีส่วน เราก็บอกตลอด พวกนี้มึงต้องเล่นนะ มึงต้องคุย กูจะได้คุยด้วย ไม่ต้องเกรงใจ คือมันเป็นตัวตนเราข้างใน อยู่ข้างล่างจะพูดน้อย แต่ถ้า 5 4 3 2 มึงเตรียมตัวตาย ได้เลย วิญญาณเข้าร่างเข้าทรงเลย”

ชีวิตในวงการ 40 ปีแล้ว?
หม่ำ – “เข้าวงลูกทุ่งตอนอายุ 17 เล่นตลกคาเฟ่อายุ 18 มาอยู่วงการทีวีอายุ 22 กว่าๆ และภาพยนตร์วัย 22 กว่าๆ เกือบ 23 เล่นหนังบ้านผีปอบ แล้วมาอยู่เวิร์คพอยท์จนถึงทุกวันนี้ อยู่กับเวิร์คพอยท์จะ 30 กว่าปีแล้วนะ ไม่เคยไปไหน เป็นคนดื้อแต่ไม่ได้เกเร อะไรที่ไม่ใช่ ไม่เอาไม่เล่น ให้เท่าไหร่ก็ไม่เอา ต้องเป็นตัวตนเราด้วยต้องได้เครดิตด้วย แล้วเขา ก็ต้องมีเครดิตด้วย ไปด้วยกันถึงจะเอา เหมือนไปรับงานอีเวนต์ก็ไม่เอา งานพรรคพวกเพื่อนกันไม่ต้องมาจ่ายตังค์ และเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป และไม่ชอบขอถ่ายรูปใคร ให้ชอบขนาดไหนก็ไม่ขอถ่ายด้วย ชอบอยู่ในใจ”

เรื่องซีเรียสในชีวิตที่ไม่ตลก?
หม่ำ – “มันก็มี แต่ถ้า 5 4 3 2 มันต้องเก็บไว้ บางทีมีบ้างเรื่องลูกเรื่องเมีย เรื่องเครียดมันมีหมดทุกคนทุกครอบครัว แต่ถ้าทำงานแล้วต้องทิ้งไปให้หมด พอจบค่อยลงมานั่งเครียดต่อ มีเรื่องเดียวที่ไม่เครียดคือเรื่องเงินเรื่องทอง เงินทองไม่ได้ใช้อะไร ชีวิตผ่านอะไรมาเยอะ ตั้งแต่กินข้าวกับน้ำปลา มันก็แปลก ตอนไม่มีเงินอยากจะกินนั่นกินนี่แต่ไม่มีตังค์ซื้อ พอมีตังค์แล้วกินไม่ได้หมอห้าม แล้วถ้านั่งรถหรูๆ ก็ไม่กล้าจอดให้คนเห็น กลัวคนว่านั่งรถดีรวยเนาะ ไม่ซื้อเลย ผมนั่งรถกระบะเลย ใส่รองเท้าแตะแต่งตัวสบาย แต่งตัว น่าสงสาร มันรู้สึกดี (ยิ้ม) ถ้าไม่มางานโปรโมตไม่มีทางได้เห็นผมใส่ขายาว ประชุมบอร์ดผมก็ใส่ขาสั้นรองเท้าแตะ”

เป็นคนไม่เคยเหลิงกับชื่อเสียง?
หม่ำ – “แล้วแต่ความคิดคน ใคร หันหลังทันก็ทัน หันหลังไม่ทันก็ไม่ทัน ยกตัวอย่างตอนไปติดผู้หญิง หันหลัง กลับให้ทันนะ ถ้าหันหลังกลับไม่ทัน ลูกคุณกำพร้า เมียระเหเร่ร่อน ต้องหันหลังกลับให้ทัน ต้องคิดให้ได้ แล้วผมแบ่งชัดเจน เงินส่วนตัวนี่จะไม่ให้ยุ่งกับเงินครอบครัว เป็นเงินที่จะซื้อลอตเตอรี่บ้าง เล่นสนุ้กบ้าง เก็บไว้ทีละหมื่น 2 หมื่น 3 หมื่น ถ้าไปแตะเงินครอบครัวปั๊บ แล้วลูกหลานจะไปยังไง ทุกวันนี้ก็ทำเพื่อลูกเพื่อหลาน เงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ก็เก็บ ไว้ให้เขา ตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับครอบครัวที่สุด”

เคยคิดไหมว่าจะเกษียณตัวเอง เมื่อไหร่?
หม่ำ – “เคยคิดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า อายุ 60 อยากหยุดสักพักหนึ่ง อยู่กับหลานกับลูก พาเมียไปเที่ยว ไม่ค่อยได้ไปเที่ยว ถ้าในบ้านเราไปเที่ยวตรงไหนก็ไม่ได้ คนเข้ามาทัก ไม่ให้ถ่ายก็ไม่ได้ ไม่คุยด้วยก็ไม่ได้ ต้องทำใจ เหมือนเป็นเพื่อนเขา พี่หม่ำมาทำอะไร ถ่ายรูปด้วยหน่อย พี่หม่ำมากินข้าวด้วยกัน ก็กินกับเขา หลายครั้งที่ผมเห็นคนงานก่อสร้างกำลังกินข้าวกันข้างทาง ผมก็จอดรถลงไปกินกับเขา เพื่อนจะถ่ายลงโซเชี่ยล เราบอกอย่าถ่าย สร้างภาพ ไม่เอา เราเห็นความเป็นอยู่ของเขา เขามีแกง แจ่ว ข้าวเหนียวกระติบหนึ่งกินกัน 3-4 คน เราก็ไปกินกับเขา พวกเขาก็ปลื้มใจ”

ยิ่งสูงยิ่งหนาวไหม?
หม่ำ – “ไม่หนาวหรอก แต่หันมามองข้างล่างจะได้รู้ว่ามึงเคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน สบายดีเหรอ เดี๋ยวลงไปหานะ คิดแค่นั้นเอง ไม่มีหนาว ไม่มีลม ไม่มีอะไร มึงอยู่ตรงไหนก็แล้วแต่ มึงต้องลงไปอยู่ที่เดิม ถ้าเปรียบชีวิตผมกับอาหาร เผ็ดนำมาเลยทุกอย่าง”

สิ่งที่ห่วงมากที่สุดตอนนี้?
หม่ำ – “อย่างลูกสาว เอ็ม (บุษราคัม) เขามีครอบครัวแล้ว ผมไม่ห่วง แต่กับมิกซ์ (เพทาย) ยังห่วง ถ้าให้มองภาพรวมเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่ ยังคิดอะไรไม่ค่อยบรรเจิดเท่าไหร่ แต่เขาก็มีความคิดของเขานะ เราก็ไม่ได้ห้าม ตอนนี้ดูเขาอยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ ว่าเขาทำอะไรด้วยวัยของเขา”

วีรนุช จันทำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน