อ่านวิทยาศาสตร์โลกลึกลับ-จิตใจลี้ลับ

บุ๊กสโตร์

โลกวิทยาศาสตร์ธรรมชาติวิทยาบันทึกชื่อ อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ ผู้ได้สมญาว่า “ผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายจากยุควิกตอเรียน” จากการเดินทางไปยังดินแดนอันห่างไกลที่ถือว่าลึกลับและป่าเถื่อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในขณะนั้น ซึ่งก็คือหมู่เกาะมาเลย์และอินโดนีเซีย เพื่อหาคำตอบที่นักธรรมชาติวิทยาจำนวนมากเฝ้าคำนึงถึงว่า สปีชีส์ใหม่เกิดขึ้นบนโลกนี้ได้อย่างไร

บันทึกการเดินทาง การผจญภัย และการสำรวจศึกษาครั้งนั้น วอลเลซเรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือ 2 เล่มทรงคุณค่า “หมู่เกาะมาเลย์ 1-2 (The Malay Archipelago1-2)” สำนักพิมพ์มติชนชวนอ่านฉลองพิมพ์ใหม่

นับตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 19 ที่หนังสือพิมพ์แรกออกมา (ค.ศ. 1869) จนถึงยุคปัจจุบัน หนังสือชุดนี้เป็นที่ยอมรับว่ามีเนื้อหามีรายละเอียดลึกซึ้งและครอบคลุมกว้างขวางทั้งภูมิศาสตร์ ธรรมชาติ รวมไปถึงชาติพันธุ์ วิทยาและภาษาศาสตร์ของผู้คนในหมู่เกาะต่างๆ ที่เขาได้ไปเยือน ซึ่งในห้วงเวลานั้นยังเป็นที่รู้จักน้อยมาก

อีกเรื่องหนึ่งคือ เขาเป็นนักธรรมชาติวิทยาที่เก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตได้มากมายจนน่าอัศจรรย์ใจ (ในเล่มนี้กล่าวอ้างอิงว่าวอลเลซเก็บตัวอย่างได้ 125,660 ตัวอย่างตลอดระยะทาง 14,000 ไมล์ หรือ 22,530 กิโลเมตรที่เขาได้เดินทางไปเยือน) ข้อมูลในหนังสือได้รับการอ้างอิงถึงโดย นักวิทยาศาสตร์เป็นจำนวนมาก

ย้อนกลับไปราว 150 ปีก่อน การเดินทางในสมัยนั้นย่อมไม่เป็นที่ปลอดภัยหรือสะดวกสบายเท่าปัจจุบัน วอลเลซพาตัวเองบุกป่าฝ่าดงพร้อมกับยาควินินที่ช่วยทำให้เขารอดตายจากมาลาเรีย เพื่อสำรวจพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ พร้อมเก็บตัวอย่าง และพบว่าระหว่างบอร์เนียวกับสุลาเวสี จนถึงระหว่างบาหลีกับเกาะลอมบ็อก สัตว์จากสองฟากฝั่งนี้มีความแตกต่างกันอย่างลิบลับ พอๆ กับสัตว์จากทวีปแอฟริกาและสัตว์จากอเมริกาใต้ที่มีมหาสมุทรแอตแลนติกอันไพศาลขวาง กั้นอยู่

การค้นพบของเขาส่งผลสำคัญต่อแนวคิดชีววิทยาปัจจุบันเป็นอย่างมาก มันเป็นจุดกำเนิดความเข้าใจทางธรณีวิทยาเรื่องการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และเป็นกุญแจดอกสำคัญในการไขความลับของกระบวนการวิวัฒนาการ

เล่มที่ 1 เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งในแง่การพัฒนาทฤษฎีวิวัฒนาการและเป็นบันทึกการสำรวจภูมิภาคหมู่เกาะมาเลย์ในอดีต ด้านลักษณะธรรมชาติ ผู้คน วัฒนธรรม ส่วนบันทึกภาคต่อคือเล่ม 2 บอกเล่าทั้งธรรมชาติวิทยา พฤกษศาสตร์ ไปจนถึงความเป็นอยู่ของชนพื้นเมืองบริเวณแถบนี้ในอดีตอย่างละเอียด

อ่านแล้วจะเห็นเลยว่าวอลเลซไม่เพียงมีส่วนช่วย ชาร์ลส์ ดาร์วิน พัฒนาทฤษฎีวิวัฒนาการขึ้นมา (เขาส่งต้นร่างหนังสือชุดนี้ให้ดาร์วินช่วยวิจารณ์ก่อนตีพิมพ์ด้วย และอุทิศหนังสือแด่ดาร์วิน) หากแต่ยังเป็นนักสำรวจที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตที่อาจสูญหายไปตลอดกาลให้เราได้สัมผัสผ่านบันทึกของเขา

…อีกเล่มเด่นวิทยาศาสตร์ “เธอ ฉัน สวรรค์ นรก” ชวนไปถอดรหัสแบบวิทยาศาสตร์ เปิดอก สำรวจใจ ไขความรู้สึก แล้วหาคำตอบเพื่อเข้าใจปรากฏการณ์ของเธอที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้, ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น, ทำไมเขาถึงไม่ยอมลงจากอำนาจเสียทีนะ

สำรวจสารพันอารมณ์รัก เศร้า เหงา หึงหวง ยันหัวร้อน ผ่านงานวิจัยเเละคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์แสนสนุก โดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธ์ ที่ย่อยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยามาพาเข้าไปสำรวจสวรรค์ในอก-นรกในใจ และภาวะอารมณ์แบบมนุษย์ๆ จากโลกรอบตัวที่เราเคยเชื่อว่ามันแสนจะยากแท้หยั่งถึง เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึกและหัวใจที่ไม่ต่างอะไรกับเรื่องลี้ลับ ซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนหาต้นสายปลายเหตุแทบไม่ได้

หนังสือเล่มนี้จะบอกว่า วิทยาศาสตร์อาจพออธิบายอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับมันได้ ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังของการตกหลุมรัก, นรกในใจของคนอกหัก, วิธีวัดสวรรค์ (เทียม) ในใจด้วยวิทยาศาสตร์, พลังแบบไหนที่ผลักให้เราสู้กับความอยุติธรรม, แล้วถ้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าสวรรค์-นรกมีจริงไหมจะต้องทำยังไงดี มีใครทดลองไปแล้วหรือยัง

รวมถึงคำถามที่คนไทยกำลังอยากรู้หนักมาก “เผด็จการหวงเก้าอี้คิดอะไรอยู่”

“ความรู้สึกที่ได้รับจากการมีอำนาจเป็นเรื่องของกลไกการทำงานทางสรีรวิทยาของสมอง (ร่วมกับแรงผลักและปัจจัยอื่นๆ) และระบบการเมืองที่ไม่มีการคานอำนาจอย่างเหมาะสมย่อมสร้างสวรรค์ให้กับปีศาจร้ายบ้าอำนาจ ยากที่จะขับไล่อีกด้วย ครั้นจะลงจากอำนาจด้วยตัวเองก็อาจจะ “ลงแดง” จนทนไม่ไหว เพราะการลงจากอำนาจนั้นเหมือนจะยากพอๆ กับการเลิกยาเสพติดเลยทีเดียว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน