พิสูจน์ฮอนด้า‘บีอาร์-วี’ใหม่
ขับสนุก-นั่งสบายสไตล์ครอสโอเวอร์
หลากหลาย
ต้องยอมรับว่าปีนี้เป็นปีแห่งศึกตลาดรถ ครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งอย่างแท้ทรู ไม่ว่าค่ายใหญ่ค่ายเล็ก จัดไม้เด็ดส่ง รุ่นใหม่ออกมายั่วใจนักเลงรถสไตล์ครอบครัวกันทั่วหน้า
ล่าสุด ค่ายฮอนด้า ออโตโมบิล เปิดตัว ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ ไฉไลขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก
พร้อมทั้งจัดทดสอบแบบวันเดย์ทริป ให้ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ได้รับรู้ถึงสมรรถนะ รวมถึงอรรถประโยชน์การใช้งาน เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.สระบุรี ระยะทางรวมประมาณ 200 ก.ม.นิดๆ
คันที่ “ข่าวสด ยานยนต์” ทดสอบ เป็นตัวท็อป รุ่น EL มีน้องผู้สื่อข่าวสาวร่วมไปด้วย เลยให้น้องทดสอบขาไปก่อน ส่วนขากลับจะว่าการเองรวดเดียวถึงกรุงเทพฯ เฉลี่ยขับคนละ 100 ก.ม.
ทีแรกว่าจะเข้าไปนั่งที่เบาะแถวสาม แต่ประเมินจากสายตาแล้วน่าจะเหมาะกับเด็กๆ หรือคุณผู้หญิงที่เอวบางร่างน้อยมากกว่า
แม้จะขึ้น-ลงง่ายๆ เพราะสามารถพับเบาะแถวสองได้ด้วยการกดเพียงปุ่มเดียวก็ตาม ด้วยพื้นที่วางขาค่อนข้างแคบ ไปใกล้ๆ พอไหว แต่ถ้าต้องเดินทางไกลเป็นร้อยกิโลเมตร ตะคริวถามหาเอาง่ายๆ
เบาะนั่งแถวสองกว้างขวางนั่งสบาย มีพื้นที่ให้มากพอทั้งเหนือศีรษะและที่วางขา ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด ช่องแอร์อยู่ที่เพดาน ปรับแรงลมได้ด้วยตัวเอง
ที่นั่งตรงกลางเบาะแถวสอง มีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดให้ ไม่ใช่แค่พาดเอว แต่ออกแนวแปลกๆ อยู่สักหน่อย ตัวสายเข็มขัดห้อยอยู่ที่เพดานระหว่างแถวสองกับแถวสาม
ดึงลงมาแล้วมีที่เสียบให้ 2 หัว เล็ก 1 ปกติ 1 เสียบอันเล็กก่อน แล้วค่อยเสียบอันปกติ ที่สำคัญลองใช้งานแล้ว ด้วยสายที่พาดมาจากเพดาน ทำให้มีโอกาสโดนหน้า โดนหัว คนที่นั่งด้านขวาได้
แรงเหวี่ยง จังหวะเปลี่ยนเลนและเข้าโค้งมีอยู่บ้าง ความนุ่มนวลมีมาพอประมาณ ตามสไตล์รถครอสโอเวอร์ ไม่ได้แข็ง หรือกระด้าง ขึ้นมาถึงเบาะนั่ง
ก่อนทดสอบขากลับเข้ากทม. มีเวลาเดินดูรอบคัน ดีไซน์ภายนอกของ ฮอนด้าบีอาร์-วี ใหม่ ออกแบบแนวสปอร์ต

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมสี Piano Black กันชนหน้า และหลังตกแต่งสีเงิน ไฟหน้า ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลา กลางวันและไฟตัดหมอก LED
คิ้วตกแต่งสเกิร์ตข้างสีเงิน ราวหลังคาตกแต่งแบบสปอร์ต เสาอากาศแบบครีบฉลาม
ภายในมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ สมาร์ตโฟน ระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
ก่อนออกเดินทาง ทดลองระบบทีว่าติดตั้งเป็นครั้งแรกในคลาสเดียวกัน ระบบ สตาร์ตเครื่องยนต์ พร้อมแอร์ ด้วยรีโมต ช่วยลดความร้อนในตัวรถได้เป็นอย่างดี เหมาะอย่างยิ่งกับรถที่จอดตากแดด แต่รีโมตต้องอยู่ใกล้หน่อย ไม่เกิน 30 เมตร ตัดระบบเมื่อครบ 10 นาที และทำได้เพียงครั้งเดียว
รวมถึงระบบล็อกรถอัตโนมัติ เมื่อรีโมตห่างจากตัวรถเกิน 5 เมตร ช่วยให้คนขี้ลืม ไม่ต้องเป็นกังวลว่าล็อกรถแล้วหรือยัง
เบาะนั่งหนัง และหนังสังเคราะห์ นุ่มแน่นนั่งสบาย ด้วยความสูงของตัวรถ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ ให้มองไปข้างหน้าได้ ไกลขึ้น
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน น้ำหนักกำลังดี ควบคุมง่าย ต่างจากหลายรุ่นของฮอนด้าที่พวงมาลัยค่อนข้างเบา
กำลังจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ทำงานร่วมกับเกียร์ CVT
เรียกกำลังมาได้สูงสุด 121 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,300 รอบต่อนาที
ช่วงออกตัว หรือทำความเร็วปลายไม่มีอืด ไม่มีตื้อให้ได้รู้สึก ประกอบกับความคล่องตัวที่มีอยู่พอประมาณ เพิ่มความสนุก ในการขับขี่จนแทบลืมไปเลยว่ากำลังขับรถ ครอสโอเวอร์
จะมีก็แต่จังหวะคิกดาวน์ ที่เหมือนต้อง รอรอบอยู่เล็กๆ แต่แค่แป๊บเดียวก็พร้อมทะยานไปข้างหน้าต่อ
การยึดเกาะถนนและความนุ่มนวลบนย่านความเร็วสูง หรือผ่านหลุม บ่อ คอสะพาน มีแรงเหวี่ยง และสะท้านค่อนข้างน้อย
เทคโนโลยีอัดแน่นเต็มคัน ด้วยฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ครอบคลุมเรื่องความปลอดภัยในทุกด้าน อาทิ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก
ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกลุ่มรถครอสโอเวอร์ 3 แถว 7 ที่นั่ง มีทั้งดีไซน์ สมรรถนะและเทคโนโลยี
จะคุ้มค่าคุ้มราคากับค่าตัวเริ่มต้นที่ 915,000 บาท ไปจนถึงตัวท็อปที่ทดสอบ 977,000 บาท หรือไม่ ต้องลองพิจารณากันดู
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ