ก่อนจะไปพบเมืองหนังสือในอุดมคติที่นักอ่านรอคอย งานมหกรรมหนังสือระดับชาติซึ่งคราวนี้เดินทางกลับบ้านศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่าง 12-23 ต.ค.นี้
สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย หรือ PUBAT อุ่นเครื่องด้วยกิจกรรมพูดคุยแบบสบายๆ ในหัวข้อ “อ่าน-สร้าง-เมือง : แรงบันดาลใจจากการอ่านสู่การสร้างสรรค์และพัฒนาตัวตน ชุมชน และเมือง” ได้รับเกียรติจาก BOOKTOPIAN (พลเมืองนักอ่าน) หลากหลายวงการเข้าร่วมแสดงทรรศนะและปลูกฝังวัฒนธรรมการอ่าน

เริ่มที่ โตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD เล่าที่มาการเป็นนักอ่านว่า คุณแม่เป็นครูจึงมีชีวิตอยู่กับการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ที่บ้านมีหนังสือเป็นพันเล่ม เล่มแรกที่คุณแม่สอนให้อ่านเป็นนิทานเรื่องธัมเบลิน่า หรือหนูน้อยนิด จนเมื่อโตขึ้นได้พบกับหนังสือที่เปลี่ยนหมุดหมายการอ่านไปจากเดิม และค้นพบโลกการอ่านของตัวเองจากการเดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งหน้ามหาวิทยาลัยมีร้านหนังสือชื่อ “แซงแซว” ไปสะดุดหนังสือที่โชว์เพียงแค่สันหนังสือชื่อ PETER CAMENZIND เขียนโดยเฮอร์มานน์ เฮสเส เล่าเรื่องราวชีวิตของปีเตอร์ คาเมนซินด์ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่ม กระทั่งถึงวัยกลางคน ด้วยภาษาที่งดงาม เห็นภาพวิถีชีวิตในชนบท กับมุมมองความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์และการหยั่งลึกเข้าไปในหัวใจของคน

ด้าน สาธิต กาลวันตวานิช ผู้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาชื่อดัง ฟีโนมีน่า และเจ้าของแบรนด์พรอพพาแกนดา เล่าว่าคุณแม่เป็นบรรณารักษ์ จึงได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ๆ ก่อนใครจนกลายเป็นนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เด็ก หนังสือเล่มแรกที่อ่านคือ สิทธารถะ เขียนโดยเฮอร์มานน์ เฮสเส จากนั้นก็อ่านหนังสือมาเรื่อยๆ และพบว่าหนังสือหลายเล่มนั้นช่างทรงพลัง แม้จะเป็นเพียงคอลัมน์เล็กๆ ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

“จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้แนะนำให้อ่าน The Science Of Getting Rich หรือศาสตร์สู่ความร่ำรวย (แบบยั่งยืน) หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดว่าถ้าคุณมีความปรารถนาหรือมุ่งมั่นอะไร สักอย่างขอให้จดจ่ออยู่กับตรงนั้นและจินตนาการว่าจะไปถึงได้จริง พลังแห่งการอ่านและความฝันเหล่านี้ช่วยดึงตัวตนของกราฟิกดีไซเนอร์ธรรมดาคนหนึ่งสู่การเป็น ผู้กำกับหนังโฆษณา ส่วนอีกเล่มที่สร้างแรงบันดาลใจคือ ONE + ONE = THREE พูดถึงการต่อจุดองค์ความรู้ของสตีฟ จ็อบส์ ด้วยความเชื่อมั่นว่าหนึ่งจุดเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์และเชื่อมต่อกันได้ จนกลายเป็นนวัตกรรมไอโฟนอย่างทุกวันนี้”

ขณะที่ ครูจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิคณะก้าวหน้า เล่าว่าเติบโตมากับนิยายอาชญากรรมสืบสวนสอบสวน ของอกาธา คริสตี้ ทำให้กลายเป็นคนช่างคิดช่างถาม ช่างสงสัย ที่สำคัญคือพ่อกับแม่ไม่เคยปิดกั้นเรื่องการอ่าน เล่มที่เปลี่ยนแปลงตัวเองคือ “MOTHER TONGUE” ของบิล ไบรสัน เป็นหนังสือเกี่ยวกับที่มาที่ไปและประวัติศาสตร์คำศัพท์ภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตและสัมพันธ์กับเรื่องราวของมนุษย์ ได้แนวคิดเรื่องพื้นฐานวิธีคิดในการทำงาน เกิดความเข้าใจว่าความรู้ ไม่ได้อยู่ตรงนั้นตลอดกาล เปลี่ยนแปลงเป็นพลวัตและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

ส่วน ทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่าเริ่มเข้าสู่โลกหนังสือตั้งแต่ยังเด็กด้วย “ขายหัวเราะ” จากหนังสือการ์ตูนก็ขยายมิติการอ่านไปสู่หมวดอื่นๆ อย่าง คู่สร้างคู่สม จนติดเป็นนิสัยชอบอ่าน หนังสือที่อยากแนะนำคือ “The Bullet Journal Method : วิถีบันทึกแบบบูโจ” เขียนโดย ไรเดอร์ แคร์รอลล์ หนังสือช่วยอธิบายวิธีการจดบันทึกแบบบูโจได้ชัดเจนเข้าใจง่าย แม้ว่าในโลกออนไลน์จะมีคำตอบเรื่องต่างๆ ให้เรา แต่การอ่านคือการขัดเกลาจิตใจและยังเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน

สำหรับพลเมืองนักอ่านรุ่นใหม่ จิมมี่ จิตรพล โพธิวิหค ที่แม้การเรียนจะทำให้อ่านแต่ตำราแพทย์อย่างหนักแล้ว ก็พบว่าหนังสือที่หลายคนควรอ่านคือ “วิธีชนะมิตรและจูงใจคน” โดยเฉพาะแพทย์ที่ควรต้องรู้วิธีการสื่อสารกับคนไข้และญาติ ขณะที่ ซี ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ แม้จะเป็นหนุ่มรุ่นใหม่อ่านหนังสือผ่านแท็บเล็ต แต่บอกว่าหนังสือที่ชอบมากคือ “เพชรพระอุมา” ที่คุณพ่อเคยอ่านให้ฟังก่อนนอน ด้าน จุง อาเชน ไอย์ดึน ก็เริ่มอ่านหนังสือจบจริงจังเป็นครั้งแรกจากเรื่อง “The Hunger Game” ส่วน ดัง ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ คลายเครียดจากการเรียนด้วยการอ่านการ์ตูนผ่านแท็บเล็ต

ร่วมตามหาหนังสือจุดประกายความคิดดีๆ กิจกรรมไฮไลต์และโปรโมชั่นมากมายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 วันที่ 12-23 ต.ค. 2565 (รวม 12 วัน) เวลา 10.00-21.00 น. ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์