หลังจากปิดปรับปรุงมานานกว่า 3 ปี ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เปิดบ้านต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ด้วยรูปโฉมใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า จากพื้นที่เดิม 65,000 ตารางเมตร เป็น 300,000 ตารางเมตร ออกแบบอย่างประณีตโดยฝีมือนักออกแบบคนไทย ชวนชมผลงานศิลปะและแรงบันดาลใจ “The Rice – The Seed”

“The Rice – เมล็ดข้าว” บรรจุความทรงจําทางประวัติศาสตร์การก่อร่างสร้างแผ่นดินไทยที่ยืนหยัดอยู่บนโลกทุกวันนี้อย่างเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรี เป็นอู่ข้าวอู่นํ้าของโลกเคียงคู่เส้นเลือดใหญ่ริมลุ่มนํ้าเจ้าพระยา คือความได้เปรียบ ทางภูมิศาสตร์แห่งความอุดมสมบูรณ์จากบรรพบุรุษ เป็นต้นทางของความงอกงาม การรังสรรค์ ในแทบทุกมิติของอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และศิลปวัฒนธรรม เป็นผลงานความร่วมมือกันของ นายสาธิต กาลวันตวานิช และกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ นายปิติ อัมระรงค์ จุฑามาศ บูรณะเจตน์ กลุ่มนักออกแบบ “โอดีเอ” และ พิษณุ นำศิริโยธิน เกิดเป็นประติมากรรมรูปทรงเมล็ดข้าวขนาดสูง 8 เมตร ห้อยแขวนเหนือโถงบันไดหลัก ศูนย์กลางการสัญจรเมื่อเข้าสู่ตัวอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รูปแบบเมล็ดข้าวเป็นครีบ 19 ชั้นในแนวตั้งฉากกับพื้นอาคาร ออกแบบเพื่อให้โครงสร้างไม้และพื้นผิวมีนํ้าหนักเบาที่สุดแต่ยังคงความแข็งแรง ใช้เทคนิคกระดูกงูเข้ามุมแบบเดียวกับโครงสร้างของกีตาร์เพื่อให้มี นํ้าหนักเบา โครงสร้างกําหนดรูปทรงให้เป็นครีบกลายเป็นภาษาการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ที่ยังคงรูปทรงโค้ง เว้า ถ่ายทอดตรงตามธรรมชาติของเมล็ดข้าว

จังหวะการ Finishing ด้วยพื้นผิวสีทองแทนคุณค่าที่ห่อหุ้มเมล็ดขาว เว้นจังหวะขาวสลับขึ้นลงหน้าหลัง ราวกับจะเผยเนื้อในสีขาวบริสุทธิ์ของเมล็ดข้าว เล่นกับการตัดกันระหว่างสีขาวและสีทองด้วยการคาดแบ่งครึ่งขวางครีบไม้แนวตั้ง เกิดมิติของวัตถุที่ลอยอยู่ใจกลางเอเทรียม สร้างเซอร์ไพรส์ทักทายผู้คนที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ส่วนต่างๆ ของศูนย์ประชุม

“The Seed – เมล็ดพันธุ์” เป็นการออกแบบของธรรมชาติที่บรรจุข้อมูลอันทรงคุณค่าทางพันธุกรรม ประจุพลังอันมหัศจรรย์ที่พร้อมรับมือทุกสภาพดินฟ้าอากาศที่สุดจะ คาดเดาของธรรมชาติ และเมื่อเงื่อนไขทุกอย่างเป็นใจ เมล็ดพันธุ์ที่ดีงามก็พร้อมแล้วที่จะกําเนิด แทงราก แตกยอด ผลิใบ นําทุกคุณค่ามายึดโยงเกาะเกี่ยวกันเป็นระบบนิเวศที่ไพศาล เปรียบได้กับอารยธรรม วัฒนธรรม ศิลปะ ความเจริญ และนวัตกรรม คือเมล็ดพันธุ์ที่ถ่ายทอดมรดกจากบรรพบุรุษรุ่นแล้วรุ่นเล่านับร้อยนับพันปี เป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังที่จะต่อยอด หล่อเลี้ยง ฟูมฟัก สู่การวิวัฒน์นําพาประเทศไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ไม่ไกลเกินเอื้อม

The Seed เกิดจากการทำงานร่วมกันของไพโรจน์ ธีระประภา หรือที่รู้จักกันในวงการกราฟิกว่า โรจ สยามรวย และทรรศนัย ญาณอุบล ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟ บริษัท The Embassy of Design Territory

รูปแบบเมล็ดพันธุ์เลือกมาจากการค้นคว้ารูปทรงของเมล็ดพันธุ์ จํานวนมากในธรรมชาติ เมื่อแผ่นอะคริลิกใส 3,000 กว่าชิ้น ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงเมล็ดพันธุ์ขนาดโอเวอร์ไซซ์ สูง 4.20 เมตร แต่ละชิ้นได้แนวความคิดจากฟอสซิลภายใต้ผลึกอำพันที่ผ่านกาลเวลาภายใต้ชั้นหินนับล้านๆ ปี นํามาเป็นต้นทางความคิดในการใช้อักษรไทยสีทองบรรจุไว้ในแผ่นอะคริลิกใส เปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์ที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมซึ่งก็คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ส่งผ่านจากอดีตสู่อนาคต

ผลลัพธ์จากแพตเทิร์นการจัดเรียงแผ่นอะคริลิกใสจํานวนมหาศาลจึงสะท้อนประกายแวววาวเฉกเช่นคริสตัล ขณะเดียวกันก็ซ่อน สาระสําคัญท่ามกลางอักษรไทยจํานวนมากมายที่ออกแบบให้มีบุคลิกความเป็นไทยอย่างเด่นชัด

เมื่อมองอย่างพินิจจะค้นพบคําว่า “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ซ่อนอยู่ ชวนให้ค้นหา ไม่ว่าครั้งใดที่ได้มาสัมผัสด้วยตา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน