แต่ละจังหวะก้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนน่าศึกษา ล้วนน่าติดตาม
ไม่เพียงแต่การเลือกที่จะเดินทางไปกระทรวงมหาดไทยเพื่อประชุมร่วมกับ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ทั่วประเทศเท่านั้น
หากแม้ในบางถ้อยคำที่กล่าวออกมาก็แหลมคม
“ไม่ต้องมีป้าย ไม่ต้องเอาคนมาถือป้าย ไม่เอา เข้าใจใช่ไหม เพราะผมจะไปทำงาน และไม่สร้างภาระให้ใครทั้งสิ้น”
เท่ากับสร้างบรรทัดฐาน “ใหม่” ในการลงพื้นที่
กระนั้น ความแหลมคมอย่างเป็นพิเศษอยู่ที่คำถามว่าทำไมต้องเลือก “มหาดไทย”
แน่นอน ในความเข้าใจโดยพื้นฐานเนื่องจากกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหลักมีโครงสร้างและขอบข่ายครอบคลุมไปทั่วประเทศ
มีกำลังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “กลาโหม”
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง
เป็น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพียง ผู้เดียว
ความหมายของการไปเยือน “มหาดไทย” จึงเท่ากับเป็นการให้ “หลักประกัน”
1 เป็นหลักประกันที่ฐานใหญ่ทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากกองทัพ นอกจากกลาโหมแล้วยังเป็น “มหาดไทย”
เป็นมหาดไทยซึ่งมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นตัวแทน
1 จึงเท่ากับเป็นการตอบโต้ทุกกระแสข่าวลือที่ต้องการกดดันให้ปลด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกจากกระทรวงมหาดไทยแล้วให้คนอื่นไปแทน
เป็นเพียง “ข่าวลือ” เป็นเพียง “ข่าวปล่อย”
สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงผูกกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผูกทั้งในด้านอันเป็นพี่น้องแห่ง “กลุ่ม 3 ป.” ด้วยกัน แนบแน่นทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการใช้กระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกสำคัญ