ภาษีที่ดิน-ภาษีโรงเรือนกับการพัฒนาเมือง

เลาะรั้ว

งบประมาณรายรับรายจ่ายของกทม. ปี 2566 มีประมาณ 49,855 ล้านบาท แต่ประเมินรายได้จากภาษีที่ดินและภาษีโรงเรือนไว้ที่ 15,000 ล้านบาท อันเป็นภาษีที่ กทม. เก็บเอง ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าหากเก็บได้ครบถ้วนจริง น่าจะเก็บได้ถึง 20,000 ล้านบาท

ปัญหารายได้จากภาษีที่ดินที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปรารภว่าควรจะเก็บได้อย่างมีเหตุผลน่าจะได้มากกว่านี้ก็คือ การคิดภาษีที่มาจากการกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามกฎกระทรวงหรือประกาศผังเมืองรวม กทม. หรือโซนสีต่างๆ

ภาษีที่ดินนี้คิดจากการประเมินราคาที่ดินของกรมที่ดิน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกับความกว้างของเขตทางหรือถนนเป็นสำคัญ

ตามที่เข้าใจกัน เช่น พื้นที่ในเขตเมืองชั้นในที่มีความหนาแน่นของกลุ่มอาคารที่ใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้าที่อยู่ริมถนนสายสำคัญ จะถูกประเมินไว้ในราคาสูง (แต่ไม่เท่ากันในทุกๆ เมือง) และจะลดลงเมื่อที่ดินนั้นอยู่ห่างจากแนวเขตถนนนั้นออกไป

แต่ในพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินทางกฎกระทรวงผังเมืองรวมหรือที่เรียกกันว่า “โซน” นั้น มีพื้นที่รวมกันเป็นเขตๆ มิได้ขึ้นอยู่กับเขตทางสาธารณะหรือถนนเป็นสำคัญ

การจะเก็บภาษีที่ดินใช้ตามหลักการของการกำหนดพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินที่กำหนดโดยกฎกระทรวงหรือประกาศผังเมืองรวมนั้น ดูจะมีความชอบธรรมมากกว่าการเก็บภาษีตามกำหนดของกระทรวงการคลังที่ใช้ทั่วประเทศ

กล่าวคือ โดยหลักการแล้ว พื้นที่ที่ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการใด หมายความว่า การจัดเตรียมจัดการความสมดุลและความพร้อมของโครงสร้างหลักของสาธารณประโยชน์ย่อมเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ที่ดิน

พื้นที่ (โซน) สีแดง ที่เป็นพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้า ย่อมมีการลงทุนจัดเตรียมสาธารณูปโภคที่ครบถ้วนทุกประการสูงกว่าพื้นที่ (โซน) สีเหลือง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย หนาแน่นน้อย และจะยิ่งต่างกับพื้นที่ที่ผังเมืองรวมกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทหรือเกษตรกรรมมากขึ้นไปอีก

ดังนั้นการนำเอาพื้นที่ที่อยู่ในเขตที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ (ที่นำไปใช้เพื่อประโยชน์และผลตอบแทนที่สูงกว่า) เช่น พื้นที่สีแดงไปปลูกต้นไม้ ทำการเกษตรเพื่อหลบเลี่ยงการเสียภาษี จึงนับว่าเอารัดเอาเปรียบทางสังคม

ถ้าเป็นไปได้ ภาครัฐหรือกทม.ก็ดี หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ก็จะมีรายได้ (รายได้ที่มิได้มาจากการขูดรีดผู้มี รายได้น้อย) สูงขึ้น ย่อมนำรายได้นั้นมาพัฒนาเมืองได้มากขึ้น ประโยชน์ย่อมตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่มากขึ้นต่อไป

ปรารภของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในการที่จะเก็บภาษีจาก ผู้ครอบครองที่ดินที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการลงทุนในโครงสร้างหลักของรัฐ จึงเป็นเรื่องที่ควรจะต้องทำให้เกิดขึ้น และขอให้เป็นไปได้จริง

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน