จ่อยื่นเปิดสภาวิสามัญถกด่วนเหตุสังหารหมู่บิ๊กตุ๊ดลุ้นเอฟ35ฉลุย
เพื่อไทยดีเดย์ 9 ต.ค. ประกาศ 3 ยุทธศาสตร์เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ทวงคืนประชา ธิปไตยให้ประชาชน ‘ชลน่าน’ เผยพรรคร่วมฝ่ายค้านนัด 10 ต.ค. ถกประเด็นอภิปรายรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ก่อนยื่นญัตติ 2 พ.ย. หลังสภาเปิดสมัยประชุม ‘บิ๊กตุ๊ด’ ผบ.ทอ.ลั่นสานต่อจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 เผยโอกาสสหรัฐขายให้ 50:50 เพื่อไทยเล็งขอเปิดสภาสมัยวิสามัญ ชงญัตติด่วนเหตุโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ศูนย์เด็กเล็ก หนองบัวลำภู
‘บิ๊กตุ๊ด’สานต่อซื้อเอฟ-35
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์หลังแถลงนโยบายประจำปีงบประมาณปี 2566 ว่า ตนมีปณิธานการทำงาน 3 ข้อ คือสานต่อ สร้างขวัญและพัฒนาการสานต่อคือการเดินหน้างานของอดีต ผบ.ทอ.ทุกๆงาน เช่น โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีของ ทอ. ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกแบบเป็นเอฟ-35 ขณะนี้เสนอความต้องการจัดหา 2 เครื่อง มูลค่า 7,383 ล้านบาท ไปยังสหรัฐแล้ว ซึ่งได้รับจัดสรรงบตั้งแต่ปี 2566-69
ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลไปยังรัฐบาลสหรัฐ วัตถุประสงค์สำคัญคือต้องการรับคำตอบในขั้นตอนพีแอนด์เอ หากได้คำตอบช่วงม.ค.ถึงก.ค.2566 จะเดินต่ออย่างเต็มที่ คำตอบมี 2 ทาง คือขาย กับไม่ขาย ถ้าขายก็ต้องดำเนินตามขั้นตอนแอลโออาร์ ฟอร์ แอลโอเอ เพื่อทำร่างสัญญาแต่ก่อนเข้าขั้นตอนแอลโอเอ ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ต้องไปดูขั้นตอนอีกที
ลุ้นสหรัฐขาย-โอกาสได้50:50
“ขอให้ขายเถอะ เพราะเป็นสิ่งที่เราปรารถนาอย่างสูงสุด เมื่อผ่านขั้นตอนแอลโอเอแล้วต้องอยู่ที่การอนุมัติของสภาคองเกรสสหรัฐ ถ้าพีแอนด์เอที่ส่งมาเป็นเยส ถือว่าผ่าน 90% ถ้าดำเนินการช้า ต้องไปต่อคิวประเทศอื่นที่จัดซื้อก่อนหน้าเรา เมื่อเราได้พีแอนด์เอแล้ว จึงต้องพยายามรีบลงนามในแอลโอเอให้เร็วที่สุด” พล.อ.อ.อลงกรณ์กล่าว
ส่วนกรณีหากสหรัฐปฏิเสธการขาย เรามีข้อตกลงกับกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณณายจ่ายประจำปี 2566 ว่า เราต้องคืน 369 ล้านบาทแรก ส่วนจะจัดหายุทโธปกรณ์แบบใดก็ต่อในปี 2567 ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง ทอ.ไม่สามารถจะนำเงินนี้ไปจัดหาเครื่องบินรบอื่นได้เลยในปี 2566 โดยเราจะประเมินเป็นขั้นตอนกัน รายเดือน โอกาสที่จะได้ ลึกๆ แล้วตอนนี้ 50:50 เพราะสหรัฐต้องประเมินไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับมิตรประเทศที่หลากหลายซึ่งเป็นปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ
พท.เล็งขอเปิดสภาวิสามัญ
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเสนอญัตติด่วนในการแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด อยากให้ทางจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ผู้สูญเสียและดำเนินการเยียวยา เพื่อให้กำลังใจบุคคลผู้สูญเสียในระยะยาวต่อไป
นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ต้องโทษรัฐบาลที่ปลดล็อกกัญชาให้ออกจากบัญชียาเสพติด ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าทั้งกัญชา และยาบ้านั้นคล้ายกัน เมื่อเสพแล้วจะไม่สมบูรณ์ทั้งทางจิต และทางร่างกาย วันนี้รัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบ 100% พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ต้องลาออก เพราะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล สัญญาว่าภายใน 3 ปี จะปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก จะเอาคนติดยาไปรักษา และคนค้าไปประหารชีวิต เราต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา และเราต้องกล้า
จ่อโชว์ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายด้านยุทธศาสตร์พรรค เพื่อไทย แถลงกรณีเตรียมเปิดนโยบายพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์เพื่อคนไทยทุกคนว่า การชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์จะเป็น ก้าวแรกของการทวงคืนประชาธิปไตยให้ฝ่ายประชาชน พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าคว้าชัยชนะเกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรคือ 250 เสียง เพื่อเป็นหลักประกันในการอาสาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และขอให้ประชาชนไว้วางไว้ใจว่าเราจะทวงคืนอำนาจประชาชนกลับคืนมาด้วยยุทธศาสตร์ 3 ปัจจัย เพื่อชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ดังนี้
1.เสนอผู้แทนราษฎรที่ใกล้ชิดประชาชน ตอนนี้เราเริ่มทยอยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งคัดเลือกแล้วว่าเข้าถึงพื้นที่ เข้าใจประชาชน และตลอดมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทยก็ได้จำนวนผู้แทนมากที่สุด 2.เสนอนโยบายที่สร้างความหวัง ชี้ทางออกพ้นวิกฤต มุ่งสู่แลนด์สไลด์ และ 3.มีผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ 3 คน เพื่อแสดงความพร้อมในการนำพาประเทศ บริหารตามทิศทางนโยบาย
‘อุ๊งอิ๊ง’นำทีมประกาศชุดแรก
นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย ได้ทำงาน รับฟังและระดมความคิดเห็นจาก ทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ในสภาวการณ์นี้เสมือนเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยวันที่ 9 ต.ค. เวลา 10.00-11.30 น. ห้อง ThinkLab จะประกาศนโยบายมุ่งสู่แลนด์สไลด์ชุดแรก
มีผู้นำเสนอประกอบด้วย ตน อุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านการขจัดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานด้านวางระบบเกษตรกรรม นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และคณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ และ น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
“นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะเป็นไป เพื่อชี้หนทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่แตกต่าง ที่ผ่านมาเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลได้ทำงานสร้างสุข พาประชาชนพ้นทุกข์ยาก สร้างสังคมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เชื่อว่าผลงานในอดีตจะเป็นหลักประกันให้ประชาชนเชื่อมั่นเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเราคิดได้ ชี้ทางถูก และทำได้จริง การเปิดนโยบายครั้งนี้ไม่ใช่การเปิดนโยบายทั้งหมดแต่จะเป็นการทยอยเปิดนโยบายเป็นระยะ” นพ.พรหมินทร์กล่าว
ฝ่ายค้านย้ำยื่นซักฟอก 2 พ.ย.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดประชุมเพื่อหารือประเด็นในวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งแต่ละพรรคจะนำความเห็นประเด็นมาหารือสรุปร่วมกัน เพื่อสอบถามไปยังครม.
ส่วนกรอบประเด็นที่จะอภิปราย แบ่งเป็น 2 ประเด็น 1.ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่น กรณีเหตุสังหารหมู่ที่ศูนย์เด็กเล็กที่ จ.หนองบัวลำภู ว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรและใครรับผิดชอบอะไรบ้าง รวมทั้งเรื่องที่มีผลกระทบกับประเทศชาติ ประชาชน เศรษฐกิจ ความมั่นคงและการมือง 2.การเสนอแนะปัญหา ต่อครม. ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล 3 ป.และครม. ที่สร้างปัญหาให้ประชาชน จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร
เมื่อถามว่าจะยื่นญัตติอภิปรายช่วงใด นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะพยายามยื่นทันที แต่สภาจะเริ่มประชุมวันแรกในวันที่ 2 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันพุธ ดังนั้น จะยึดวันนี้เป็นหลัก เพราะถ้ายื่นได้เร็ว จะได้อภิปรายเร็ว
ครป.จัดเวทีเลิกระบอบประยุทธ์
ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน กทม. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ผู้แทน 30 องค์กรประชาธิปไตย และเครือข่าย 99 พลเมืองจัดเวทีประชาชนแสดงพลัง “พอกันที! ยกเลิกระบอบประยุทธ์ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน” ครบรอบ 25 ปี รัฐธรรมนูญ 40 และ 1 สัปดาห์ของคำตัดสินศาล (ประหาร) รัฐธรรมนูญ
นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า ถ้าเราไม่เข้มแข็งระบอบอำนาจประยุทธ์จะไม่ไปไหน คำถามคือตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมานั้นประเทศไม่ไปไหน ย่ำอยู่กันเส้นทางเผด็จการ ซึ่งมีสองประเด็นที่ทำให้เรายังย่ำกับที่คือ ประการแรก ความคิด วัฒนธรรม อำนาจนิยม และประการที่สองระบบรัฐราชการที่เป็นกลไกเอื้อให้เป็นแบบนี้
เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญในปี 2534 มีการแก้ไขครั้งใหญ่ให้ดี ซึ่งมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยกร่าง ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ใช่ว่าไม่สืบทอดอำนาจ เพียงแต่สืบทอดไม่หมด จนมาถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างเต็มสูบ รัฐธรรมนูญยังบอกไว้ว่าคณะรัฐประหารมีอำนาจในตุลาการ นิติบัญญัติ อำนาจนิยมนั้นเป็นเหมือนขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นโฉ่ ส่วนพวก ป.ทั้งหลายคือแมลงวัน ดังนั้นเราจะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนกองขยะเป็นสวนดอกไม้ โดยช่วยกันผลักดันให้มีส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน
โดยตนจะเขียนขึ้นมาใหม่ว่า 1.ห้ามนิรโทษกรรม 2.ให้เขียนไว้เลยว่า การปกครองเช่นนี้เป็นประเพณีการปกครองที่สำคัญที่สุด ถ้ามีการล้มล้างให้ประชาชนเป็นผู้เสียหาย เพราะรัฐประหารคือเป็นผู้ปล้นประเทศ และ 3.ศาลต้องวินิจฉัยต้องตามหลักนิติรัฐ ตามที่เคยปฏิญาณตนก่อนเมื่อเป็นตุลาการ
ขอ 6 หมื่นชื่อรีเซ็ตประเทศไทย
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการสื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล กล่าวนำเสนอการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อครม. รีเซ็ตประเทศไทย พร้อมการเลือกตั้งว่า ความอันตรายของรัฐธรรมนูญปี 2560 คือได้ฝังกลไกการรัฐประหารไว้รัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจไว้แล้ว ที่ผ่านมาภาคประชาชนไม่ใช่ว่าไม่ตั้งใจแก้หรือทำอะไรเลย แต่เราถูกอำนาจวุฒิสภาที่แต่งตั้งมาจากคสช. เห็นได้จากกรณีการปิดสวิตช์ส.ว. ที่ไม่สามารถผ่านไปได้ โดยเราเสนอให้ประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้ง มีการพ่วงคำถามประชามติที่ให้มีส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนเข้าร่างรัฐธรรมนูญนี้เข้าไปด้วย ซึ่งเป็นกลไกยื่น 50,000 รายชื่อต่อครม. ถือเป็นกลไกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตามพ.ร.บ.ประชามติที่เพิ่งมีการประกาศใช้ ด้วยวิธีนี้เราไม่ต้องพึ่งเสียงจากส.ว.
ถ้ามีการประชามติในวันเลือกตั้ง การ เลือกตั้งปี 2566 ไม่ว่าใครจะชนะเลือกตั้ง หรือมาเป็นรัฐบาลถัดไปก็ต้องทำตามเสียงที่ประชาชนลงมติ โดยรายชื่อ 50,000 ชื่อนั้นเราได้ 55,000 ชื่อแล้ว แต่อยากได้เกินกว่า 60,000 ชื่อเพื่อป้องกันรายชื่ออายุยังไม่ถึงเกณฑ์ หรือเป็นรายชื่อที่ไม่ถูกต้อง โดยตั้งเป้าว่าจะได้ 60,000 ชื่อกลางเดือนต.ค.นี้ และเอกสารจะจัดทำเสร็จช่วงสิ้นเดือนต.ค. และเสนอรายชื่อนี้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ คาดว่าเรื่องนี้จะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ และถ้าตามเป้าที่เรากำหนดได้เรื่อง จะถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
กกต.ถอดบทเรียนเลือกตั้ง 62
ที่สำนักงานกกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ร่วมหารือกับสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เกี่ยวกับการรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างไม่เป็นทางการ สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปกรณีสภาครบวาระในปี 2566 เพื่อให้ร่วมกันการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งให้ประชาชนรับรู้ด้วยความถูกต้องและเป็นไปด้วยความรวดเร็วครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
นายแสวงกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งปี 2562 ที่ผ่านมา มีบทเรียนการรายงานคะแนนผิดพลาดยอมรับว่ามีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก และรายชื่อพรรคก็ใกล้เคียงกัน ทำให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) ซึ่งทำงานมาตลอดทั้งวันเหนื่อยล้าจึงเกิดความผิดพลาด โดยพบบัตรเขย่ง 39 หน่วยจาก 90,000 กว่าหน่วย ครั้งนี้จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้น ต้องเน้นความถูกต้อง ขณะเดียวกัน กกต.ต้องการให้ตรวจสอบให้ความถูกต้อง เพราะครั้งนี้มีเกือบแสนหน่วย
ส่วนหน่วยเลือกตั้งนั้น จะต้องสำรวจข้อมูลใหม่อีกครั้ง เพราะที่ผ่านมามีสถานการณ์ โควิด-19 จึงต้องจัดหน่วยเพิ่มขึ้นเพื่อลดความแออัดของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ขณะนี้ภาพรวมยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรอให้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ก่อน
เน้นถูกต้อง-รวดเร็ว
ขณะที่การรายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง ปี 2566 นั้น กกต.ได้ศึกษาปัญหาการรายงานผลการเลือกตั้งปี 2562 ที่มีความไม่เสถียร โดยได้ตั้งคณะทำงานศึกษาระบบการรายงานผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ โดยเริ่มจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งรายงานผลจากหน่วยเลือกตั้ง ไปยังเขต เขตจะตรวจสอบความถูกต้อง หากหน่วยใดรายงานคลาดเคลื่อนจะมีสัญญาณเตือนแจ้งออกมา แต่หากรายงานถูกต้อง คะแนนจะถูกส่งมายังส่วนกลางทันที และสำนักงานกกต. จะแสดงคะแนนภาพรวมทั้ง 400 เขต 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าหลังปิดหน่วยประมาณ 1 ชั่วโมงจะเริ่มรายงานผลคะแนน และทุกๆ 30 นาที คะแนนจะรายงานมายัง กกต.กลาง ซึ่งจะมีจอแสดงผล สื่อมวลชนสามารถนำผลคะแนนไปรายงานได้
สำหรับตัวแทนสื่อมวลชน ต้องการให้การรายงานผลเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง แม้จะไม่ถึงขั้นรายงานแบบเรียลไทม์ ซึ่งอยากให้มีรายงานคะแนนในประมาณ 17.30 น. หลังจากปิดหีบแล้ว และต้องมีระบบสำรองป้องกันกรณีระบบรายงานผลล่ม เพื่อไม่ให้การรายงานคะแนนชะงัก
เมื่อถามว่าจะได้เห็นหน้าตาโปรแกรมรายงานผลการเลือกตั้งเมื่อไหร่ นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่เห็นหน้าตาของโปรแกรมรายงานผลคะแนน แต่เป็นเพียงแค่แนวคิดที่ กกต.ศึกษาไว้ ซึ่งต้องมีความมั่นใจแล้วจึงนำไปใช้ และต้องออกแบบระบบและบริหารจัดการให้ดี เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เปลี่ยนมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและเพิ่มหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วย

อย่าทิ้งปชช. – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากทั่วประเทศ กำชับอย่าทิ้งพื้นที่อย่าทิ้งประชาชน ที่ศูนย์ประสานงานพรรคไทยสร้างไทย เขตดอนเมือง กทม. เมื่อวันที่ 7 ต.ค.