ฉะล้มเหลวแก้ยา-อาวุธปืน
วันที่ 7 ต.ค. น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุสังหารหมู่ที่ ศูนย์เด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู ว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่การใช้ความรุนแรงเกิดจากคนที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และมีอาวุธปืนในครอบครอง อย่างน้อย 4 กรณี ทั้งเหตุทหารกราดยิงที่โคราช, โรงพยาบาลสนาม, ในค่ายทหาร และล่าสุดอดีตตำรวจสังหารหมู่ที่ศูนย์เด็กเล็ก สะท้อนความล้มเหลวในการจัดการปัญหาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดหลายปีใน 2 ประเด็น
1.ยาเสพติดระบาดหนัก การปราบปรามที่ล้มเหลว ตัวเลขผู้ถูกจับกุมจากยาเสพติดปี 2564 เพิ่มมาอยู่ที่ 349,511 คน มากกว่าปี 2563 กว่าเท่าตัว ยืนยันถึงความละเลย ไม่ใส่ใจแก้ปัญหา ตอกย้ำชัดเจนจากเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุเคยรับราชการตำรวจและถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะพัวพันยาเสพติด 2.การครอบครองอาวุธปืน ควรทบทวนการให้ใบอนุญาตครอบครองปืน รวมถึงปราบปรามการลักลอบซื้อขายปืนเถื่อน สื่อต่างประเทศรายงานว่าไทยมีการครอบครองอาวุธปืนสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย อ้างอิงจากกรณีกราดยิงที่นครราชสีมา ลพบุรี และ กทม.ที่ผ่านมา
น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาอย่างน้อย 3 มิติ 1.ปัญหาด้านสุขภาพจิตของประชาชนโดยรวม และสุขภาพจิตของกลุ่มอาชีพที่ต้องเผชิญกับความเครียด ตลอดเวลา จำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงมากขึ้นต่อเนื่อง แต่สวัสดิการของรัฐไม่ครอบคลุม 2.การมีอาวุธปืน ไว้ในครอบครอง รัฐจำเป็นต้องทบทวนหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน คัดกรองสุขภาพจิตผู้มีอาวุธปืนในครอบครองทุกปีก่อนต่อใบอนุญาต มิติที่ 3 ปัญหายาเสพติด ที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่มองผู้เสพเป็นผู้ป่วย เน้นแก้ปัญหาด้วยการบำบัด แต่กลับให้ผู้เสพมียาเสพติดไว้ในครอบครองได้มาก ยิ่งขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ ดังกล่าว