โศกนาฏกรรมสังหารหมู่มีผู้เสียชีวิตรวมทั้ง ผู้ก่อเหตุด้วยจำนวน 37 ศพ ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย ที่อำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวง
ไม่เพียงแต่ประชาชนคนไทยเท่านั้น ที่รู้สึกสลดหดหู่ เศร้าโศก และยากที่จะยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประชาคมโลกก็ร่วมสะเทือนใจกับความสูญเสียครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ยิ่งเหยื่อที่ถูกกระทำยังเป็นเด็กเล็กและไร้เดียงสา ถูกคร่าชีวิตด้วยอาวุธมีดอย่างโหดร้าย ป่าเถื่อน ไร้สามัญสำนึกด้วยแล้ว ยิ่งต้องประณามเพราะเป็นการกระทำเยี่ยงอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
จากนี้ไป ทุกฝ่ายคงจะได้ถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม การสังหารหมู่ ที่มีเหยื่อเสียชีวิตจำนวนมาก ทั่วโลกถือเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ในเชิงศีลธรรม โดยเฉพาะต่อเหยื่อที่เปราะบางและไม่มีโอกาสป้องกันตนเอง
อาชญากรรมลักษณะนี้ที่ผ่านมาๆ นั้น มักเกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละเหตุการณ์นั้นผู้ก่อเหตุมักมีแรงจูงใจต่างกันไป ซึ่งหน่วยที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นๆ ก็ถอดบทเรียนและหาทางป้องกันและแก้ไขอยู่เสมอ
สำหรับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ เคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดจนถูกไล่ออกจากราชการ แต่จากการตรวจชันสูตรกลับไม่พบสารเสพติด ซึ่งต้องสืบสวนในเชิงลึกต่อไปว่าอะไรเป็นแรงจูงใจ
แต่พฤติกรรมลักษณะนี้ถือว่าเป็นภัยอันตรายต่อสังคม
ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล และองค์กรอื่นๆ จะต้องเร่งเยียวยาและร่วมกันพลิกฟื้นจิตใจให้กลับมาปกติโดยเร็ว
สร้างความเห็นใจและเข้าใจถึงความรู้สึก ของครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะเหตุความรุนแรงลักษณะนี้มักก่อให้เกิดความโกรธแค้น ความโศกเศร้า ความกลัว และความวิตกกังวลตามมา
ขณะเดียวกัน ก็ต้องคิดหามาตรการและแนวทางป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอีก ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายมองว่าสาเหตุน่าจะมาจากยาเสพติดที่แพร่ระบาดจนไม่สามารถควบคุมและปราบปรามได้
แต่ส่วนหนึ่ง มองว่าสาเหตุมาจากการครอบครองอาวุธปืนที่ไม่เข้มงวดกวดขัน จนทำให้คนร้ายนำไปก่อเหตุได้ง่าย แต่ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม ทุกฝ่าย ก็ต้องสรุปเป็นบทเรียนร่วมกัน