พระ-นางคู่ซี้ตัวท็อปแห่งฮอลลีวู้ด จอร์จ คลูนีย์ และ จูเลีย โรเบิร์ตส์ โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งในภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่อง Ticket To Paradise (ตั๋วรักสู่พาราไดซ์)
อดีตสามีภรรยา เดวิด (จอร์จ คลูนีย์) จอร์เจีย (จูเลีย โรเบิร์ตส์) ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องหยุดงานแต่งงานของ ลิลลี่ (เคทลิน ดีเวอร์) ลูกสาว ที่กำลังตกหลุมรักอย่างหน้ามืดตามัวกับ เกอเด้ (แม็กซิม บูเทียร์) หนุ่มหล่อเกษตรกรทำฟาร์มสาหร่าย เพื่อไม่ให้ลูกทำอะไรผิดพลาดเหมือนกับที่พวกเขาเคยทำ

นี่เป็นครั้งแรกที่คลูนีย์และจูเลียกลับมารวมตัวกันอีกครั้งนับตั้งแต่ Money Monster เมื่อปี 2016 ส่วนก่อนหน้านั้นก็เคยร่วมจอกันมาแล้วในหนังหลายเรื่อง ทั้ง Ocean’s Eleven (2001), Confessions of a Dangerous Mind (2002), Ocean’s Twelve (2004)
โรเบิร์ตส์ตัวแม่หนังรอมคอม ที่ห่างหายจากบทนี้ไปพักใหญ่ และเจ้าตัวก็ดีใจที่ได้กลับ มาเล่นในแนวนี้อีก “ฉันชอบเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน หนังแนวนี้เป็นหนังที่ฉันอยากเล่นและก็ชอบดูด้วย แต่ฉันว่ามันยากอยู่นะที่จะทำออกมาให้ดี มันมีสูตรของมัน และคุณจะทำอย่างไรให้มีความพิเศษ คุณจะทำอย่างไรให้คนดูสนใจในเมื่อก็เดาทางออกอยู่แล้วว่าเรื่องราวมันจะออกมายังไง”

ด้านคลูนีย์บอกว่า “ผมไม่ได้เล่นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้มาตั้งแต่เรื่อง One Fine Day ซึ่งเอาจริงผมไม่ได้ประสบความสำเร็จในแนวนี้เท่าไร ไม่เหมือนจูเลีย ผมเลยคิดว่าถ้าได้เธอมาเล่นในเรื่องนี้มันต้องสนุกสนานและออกมาดีแน่ๆ”
เรื่องราวใน Ticket To Paradise มีเนื้อหาที่ตลกขบขันมากมายให้ทั้งคู่ได้ขุดมาใช้ และโชคดีที่พวกเขาเห็นศักยภาพของมัน “ผมกับจูเลีย ไม่ได้ตั้งใจมองหาโปรเจ็กต์ที่จะทำร่วมกัน แต่แน่นอนครับว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะตอบตกลงต่อโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับเธอในอีกโปรเจ็กต์หนึ่ง โอล ปาร์กเกอร์ (ผู้กำกับฯ) ส่งบทให้เราทั้งคู่พร้อมกันและบอกว่าเขาเขียนบทนี้ให้ผมกับจูเลีย ดังนั้น หลังจากที่ผมอ่านบทเรื่องนี้แล้ว ผมก็เลยโทร.หาจูเลียและบอกเธอว่า ‘ผมจะรับงานนี้ถ้าคุณเอาด้วย’ และเธอก็พูดว่า ‘ฉันจะทำ ถ้าคุณทำ’ และหลังจากนั้น ไม่นาน เราก็มุ่งหน้าไปกองถ่ายครับ” จอร์จ คลูนีย์ เล่าให้ฟัง

ความหลังและมิตรภาพของโรเบิร์ตส์และคลูนีย์มีจุดตั้งต้นที่ยาวนาน และมิตรภาพนั้นก็ปรากฏให้เห็นในงานของพวกเขา “จอร์จกับฉันเข้ากันได้ดีเสมอในฐานะเพื่อนกัน” จูเลีย โรเบิร์ตส์ กล่าว “เรามีวิธีการทำงานในลักษณะเดียวกัน ฉันคิดว่าเราต่างก็มีความสุขมากจากการทำให้กันและกันหัวเราะ ดังนั้น แต่ละวันสำหรับฉันก็เหมือนกับการตามหาวิธีที่ฉันจะทำให้จอร์จหัวเราะได้ เราทั้งคู่ต่างใส่ใจอย่างมาก ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนรู้สึกสร้างสรรค์และมีความสุข ในการทำงาน มันจะช่วยดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวทุกคนออกมาค่ะ”

เรื่องนี้ยกกองไปถ่ายทำกันที่ออสเตรเลีย ซึ่งสองเพื่อนคู่ซี้เล่าให้ฟังถึงการไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ซึ่งทำให้เห็นถึงความสนิทสนมของทั้งคู่ โดยคลูนีย์ขนครอบครัวทั้งภรรยาและลูกๆ ไปด้วยกัน “เราเริ่มถ่ายทำกันที่เกาะ แฮมิลตัน และบ้านพักของจูเลียอยู่ด้านล่างจากบ้านของพวกเรา ตอนเช้าเธอก็จะมาเคาะประตูถามว่าตื่นกันหรือยัง (หัวเราะ) มาทุกวันจนผมต้องแบบได้โปรดจูเลียปล่อยพวกเราไปเถอะ (หัวเราะ) แล้วเราก็พาเธอไปนั่งกินกาแฟกันชิลชิล เธอเป็นอาจูจูสำหรับลูกๆ ผมเลย”

ด้านโรเบิร์ตส์ที่ไปอยู่ที่นั่นในช่วงแรกเพียงคนเดียว สามีกับลูกตามไปทีหลัง ก็ออกจะเหงาๆ หน่อย “บอกเลยว่าบ้านคลูนีย์ช่วยให้ฉันไม่เหงา เพราะนี่เป็นการห่างครอบครัวในระยะเวลาที่นานที่สุดสำหรับฉัน ฉันคิดว่าไม่เคยอยู่คนเดียวนานเท่านี้มาก่อนนับตั้งแต่อายุ 25 ปีเลยนะ”

และเมื่อถ่ายทำหนังรอมคอมแน่นอนว่าต้องมีฉากจูบ คลูนีย์บอกว่า “ผมบอกกับภรรยาผมว่า ฉากจูบถ่ายทำกัน 80 เทกเลยนะ เธอถึงกับอุทานว่า…อะไรนะ? (หัวเราะ)”
โรเบิร์ตส์เฉลยให้ฟัง “ถ่ายฉากจูบแค่เทกเดียว (หัวเราะ) ก่อนหน้า 79 เทกนี่คือพวกเราได้แต่หัวเราะ”

ฟังเพื่อนซี้เม้าธ์นอกจอกันไปแล้ว ก็ได้เวลามาติดตามความสนุกสนานกับการสวมบทเป็นสามีภรรยาที่หย่าร้างของทั้งคู่ใน Ticket To Paradise (ตั๋วรักสู่พาราไดซ์) เข้าฉายให้ชมอยู่ตอนนี้ในโรงภาพยนตร์