เมื่อวันที่ 10 ต.ค. รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยสถานะนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ 8 ปี เนื่องจากเริ่มนับเมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้คือตั้งแต่ 6 เม.ย.2560
โดยคำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่าเป็นนายกฯ ขาดตอน ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่า ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 2562 ไม่สามารถใช้ช่องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 105 วรรคสี่ ที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันได้นั้น ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เริ่มสังเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่เบื้องต้นต้องรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มมาพิจารณาก่อน
นอกเหนือจากนี้ยังต้องพิจารณากรณีการเข้ารับตำแหน่งในปี 2562 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว. ต่างประเทศ และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ซึ่งดำรงตำแหน่งต่อเนื่องตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) รวมทั้งพิจารณารวมไปถึงอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้รับการสรรหาดำรงตำแหน่ง ส.ว. หรือตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบันหลายราย ที่ใช้ช่องตามมาตรา 105 ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกัน โดยไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน
สำหรับตำแหน่งนายกฯ และรัฐมนตรีสมัย คสช. รวม 6 ราย ที่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกันในปี 2562 และมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้กับป.ป.ช. ไว้เป็นหลักฐาน ตามมาตรา 105 ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร นายวิษณุ และ พล.อ.อนุพงษ์ ส่วนนายดอน และ พล.อ. ชัยชาญ ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไว้เป็นหลักฐานแก่ป.ป.ช.หรือไม่