ผังซ้อนผัง
เลาะรั้ว
จากข่าวของประชาชาติธุรกิจ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า มหาดไทยเร่งปรับผังเมืองรวม ทั่วประเทศ 878 อำเภอ แก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว เพิ่มผังน้ำ จัดโซน (พื้นที่ใช้) ประโยชน์ที่ดินใหม่ เพื่อเพิ่มระดับการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ซึ่งกรมจะทยอยทำปีละ 40 ผัง จะแล้วเสร็จหมดในปี 2573
การประกาศของกรมโยธาธิการและการผังเมืองเช่นนี้สร้างความสับสนในเรื่องของการผังเมืองขึ้นไปอีก
เพราะการที่กรมโยธาฯ ประกาศจะเร่งปรับผังเมืองรวม ทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม พร้อมกับการจัดโซนนิ่งหรือพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินขึ้นใหม่เพื่อป้องกันน้ำท่วม
นี่ก็คือความซ้ำซ้อนและซับซ้อนของการจะแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยจะใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการใช้อำนาจ
ปัญหาเรื่องของน้ำ น้ำท่วม น้ำน้อย น้ำมาก น้ำแล้ง เป็นหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำในกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม โดยมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็น ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว และชัดเจนก็คือ มีแผนที่ แผนผัง ข้อมูลรายละเอียดเรื่องของน้ำอยู่ครบถ้วนแล้ว
กรมโยธาธิการและผังเมืองจะต้องไปคิดที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวซ้ำซ้อนไปกับคณะกรรมการทรัพยากรน้ำ
ข้อต่อมาก็คือ ที่พยายามจะเข้าใจก็คือ กรมโยธาธิการจะแก้ไขผังเมืองรวมทั่วประเทศ คือ 878 อำเภอ
การแก้ไขผังเมืองรวมทั่วประเทศอย่างนี้ มันต้องเริ่มต้นที่มาจากนโยบายของคณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต้องเป็นผู้สั่งการให้กรมโยธาธิการเป็นผู้จัดทำผังนโยบายประเทศก่อน
ต่อจากนั้น ก็ให้จัดทำผังเมืองระดับภูมิภาคที่เรียกว่า ผังภาค เพื่อประมวลนโยบาย การจัดการ การใช้ทรัพยากรทั้งส่วนรวมและส่วนภูมิภาค ในการกำหนดเป้าหมายที่สัมพันธ์ร่วมกันของภูมิภาค
จากนั้นก็ไปจัดทำผังจังหวัด ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการผังเมืองที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทย
จากผังจังหวัดจึงจะไปจัดทำผังเมืองรวม ซึ่งพระราชบัญญัติการผังเมือง บัญญัติว่า ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองหรือให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำก็ได้ เมื่อทำแล้วก็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งในการจัดทำจัดวางผังเมืองรวมก็มีกระบวนการตามลำดับที่กฎหมายกำหนด
คำถามและข้อปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองก็คือ ประเทศมีผังนโยบายแห่งชาติแล้วหรือยัง คณะกรรมการผังเมืองแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้สั่งการให้กรมโยธาธิการไปจัดทำผังนโยบายแห่งชาติแล้วหรือยัง
ประการต่อมา เมื่อไม่มีผังนโยบายแห่งชาติเป็นฐานรากของการจัดการเรื่องผังเมือง ผังทั้งหลายจึงต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ มันมิเป็นการลักลั่น ไปหมดหรือ
หรือประเทศเราเป็นประเทศที่ชอบวางแผน (และวางแผนที่สับสน) แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรตามแผนนั้น และการวางแผนแต่ละครั้ง ก็ไม่วางแผนตามขั้นตอน
ประเทศจึงมีกฎหมายที่ซับซ้อนและซ้ำซ้อนมีแต่สร้างปัญหาในการบริหารจัดการ เพิ่มความสับสนแก่ประชาราษฎร์อันไม่รู้จบ ตามที่กฎหมายกำหนดเสียเอง
นายช่าง