‘ไมค์’เน้นได้ประสบการณ์ทดลองทำ‘The One Hundred’

อาทิตย์ใส

ก่อนบินไปทำงานที่ประเทศจีน นักแสดงหนุ่ม ‘ไมค์’ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ก็ ได้ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่อง “The One Hundred ๑๐๐ ร้อยขา” ไว้ให้แฟนๆ ชาวไทย ได้ชม โดยเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางออนไลน์จากประเทศจีน ถึงบทบาทการแสดงที่ได้รับในภาพยนตร์ดังกล่าว พร้อมอัพเดต ผลงานที่ประเทศจีน รวมถึงการดูแลลูกชาย ‘น้องแม็กซ์เวลล์’

บทบาทในภาพยนตร์ “The One Hundred ๑๐๐ ร้อยขา”?
ไมค์ – “เรื่องนี้รับบท ลีโอ เป็นคนธรรมดาที่กลับมาจากต่างประเทศและต้องมากักตัว ที่ไทย เนื้อเรื่องค่อนข้างจะเป็นปัจจุบัน เป็นสถานการณ์ที่ทุกประเทศต้องมีเรื่องของการกักตัว แต่ที่จะแตกต่างจากชีวิตจริงก็จะมีสัตว์ประหลาดที่เป็นตะขาบ ที่สามารถเข้าสิงคนได้ เพื่อที่มันจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไป ที่อยากเล่นเพราะเขามาชวนให้ร่วมโปรเจ็กต์นี้และเอาซีจีมาให้ดู อีกอย่างในใจเราก็อยากจะเล่นบทอะไรในแนวๆ นี้อยู่แล้ว บท ดาร์กขึ้นมาหน่อย มีมอนสเตอร์ เพราะ มันไม่ค่อยมีในประเทศไทย และเรามีเวลาอยู่ในประเทศไทยพอดี ไม่ได้ใช้เวลาถ่ายทำมาก ก็เลยอยากจะลองดู”

ยากไหมกับซีจี?
ไมค์ – “ไม่ค่อยยากนะครับ เพราะปกติเราถ่ายทำที่ประเทศจีนก็จะมีซีจีเข้ามาร่วมอยู่แล้ว การที่เราจินตนาการว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้ยากเท่าไร ซึ่งตะขาบเราก็เห็นจากตัวอย่าง คือเห็นพร้อมทุกคน เพราะพอถ่ายทำเสร็จ ไมค์ต้องบินกลับจีนเลย”

จริงๆ เราเป็นคนกลัวตะขาบไหม?
ไมค์ – “ไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้กลัว แต่ ถ้ากลัวก็คือกลัวแมลงสาบมากกว่า ถ้า มอนสเตอร์เรื่องนี้เป็นแมลงสาบคือไม่รับเล่นเลยนะ แต่ของไมค์ไม่ได้มีการเล่นกับตัวจริง ไมค์เล่นกับซีจีทั้งหมด และในหนังที่เห็นเยอะๆ น่าจะเป็นซีจีเกือบทั้งหมด”

คนไทยเปิดรับหนังซีจีของคนไทยด้วยกันเองมากน้อยแค่ไหน?
ไมค์ – “ด้วยความที่เราทำงานกับซีจีหลายๆ ประเทศมา ได้เห็นการทำงานในหลายรูปแบบ ความคิดเห็นส่วนตัวของ ตัวไมค์ คิดว่าอุตสาหกรรมหนังบ้านเรา ยังมีพื้นที่ให้ได้พัฒนาไปได้อีก เราสามารถทำได้มากกว่านี้ คนใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมได้มากกว่านี้ ไมค์คิดว่าเราทำให้ดีที่สุดในหน้าที่ที่เราได้รับ แต่เราต้องมีมายด์เซ็ต ที่ต้องการพัฒนาไปมากกว่านี้ครับ”

อย่าง ‘กอล์ฟ พิชญะ’ พี่ชายเราบอกว่า “Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์” มันคือความฝันของเขาที่ได้เล่นกับซีจี สำหรับเรามีความฝันเหมือนกันไหม?
ไมค์ – “สำหรับไมค์ไม่ถึงกับเป็นความฝัน แต่มันเหมือนเป็นแนวทดลองที่ได้ทำ ได้ลองผิดลองถูกว่ามันโอเคไหม ได้ลองก่อน ซึ่งมันเป็นความชอบส่วนตัวที่อยากจะลองทำอยู่แล้วด้วย มันเป็นอะไรที่ท้าทาย ให้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับเรา สิ่งที่ไมค์ให้ความสำคัญคือเราได้ประสบการณ์ ถ้าเราได้เรียนรู้กับมัน มันก็ไม่มีอะไรถูกไม่มีอะไรผิด”

ถามถึงลูกชาย ‘น้องแม็กซ์เวลล์’ ตอนนี้ได้คุยกันบ้างไหม?
ไมค์ – “ติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ ครับ ก็มี เฟซไทม์กัน ช่วงนี้น่าจะเป็นวัยติดเกม จะติดเกมเล่นเกมกับเพื่อน แล้วเด็กสมัยนี้เรียนรู้ค่อนข้างเร็ว สมัยเราตอน 8 ขวบยังทำอะไรอยู่เลยก็ไม่รู้ แต่สมัยนี้เล่นเกมออนไลน์ เอาจริงๆ ผมก็ดูไม่ค่อยเข้าใจก็ลองไปเล่นดูกับเขาเหมือนกัน ไปลองโหลดเกมมาแต่ว่าเล่น ไม่ได้”

เราเป็นห่วงไหมที่จริงๆ แล้ววัยนี้น่าจะไปเรียนรู้เรื่องภายนอก แต่เขาอยู่กับหน้าจอ?
ไมค์ – “ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นหรือเปล่า แต่ส่วนตัวผม ผมโตมาแบบนี้ แต่เอาตรงๆ จากที่ประเมินการพัฒนาของเขา ผมว่าการเล่นเกมมันก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เราไม่ควรจะไปห้าม แต่เราควรร่วม เล่นเกมกับพวกเขามากกว่า แต่ละคนก็จะมีวิธีการดูแลลูก และความคิดในเรื่องการเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน ความคิดส่วนตัวของไมค์คือเราไม่จำเป็นต้องห้ามเขา ถ้ามันไม่ได้มากจน เกินไป เราแค่ต้องเข้าไปทำความเข้าใจในโลกของเขา”

แสดงว่าแม็กซ์เวลล์ก็โตมาเหมือนไมค์?
ไมค์ – “ไม่ได้เหมือนซะทีเดียว แต่ก็มีส่วนคล้าย บุคลิกตอนเด็กจะมีความคล้ายไมค์ วิธีการพูดก็จะคล้ายนิดหน่อย ชอบเล่นเกมออนไลน์ก็จะคล้ายๆ กัน เพราะฉะนั้นไมค์ก็จะรู้ว่าอะไรบ้างที่ต้องคอยระวัง และคิดเผื่อในอนาคตให้กับเขา เพราะฉะนั้นตอนนี้ไมค์คิดว่าปล่อยให้เล่นเกมได้ไม่มีปัญหา เราแค่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับเกมแทนที่จะห้าม”

มีจำกัดเวลาไหมเวลาที่เขาเล่นเกม?
ไมค์ – “เชื่อว่าเขามีการจำกัดเวลาของเขาอยู่แล้ว เวลาที่โทร.หาผม เขาก็จะเล่นเกมทุกรอบ เขาต้องการที่จะให้เห็นว่าเขาเล่นอันนี้อยู่ เราก็จะร่วมเล่นไปกับเขา ผมว่ามันเป็นความโชคดีของยุคสมัยเราเกิดในยุคที่มีการติดต่อที่ไม่ยากลำบากอะไรมาก มีเทคโนโลยีที่เราสามารถสื่อสารกันได้ และก็มีพวกเกม ต่อให้ตัวไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราก็ยังสื่อสารกันได้ และต่อให้ไมค์อายุ 30 กว่าแล้ว ไมค์ก็ยังมีความเป็นเด็ก ยิ่งเป็นเด็กผู้ชายด้วยมันก็เลยเข้ากันได้ง่าย”

เราไม่ได้บินกลับไทยเขามีงอแงไหม?
ไมค์ – “เรื่องงอแงไม่มี แต่เขาจะมีถามว่าแดดดี้อยู่ที่ไหน เมื่อไหร่แดดดี้จะกลับมา เราก็คุยกับเขาตรงๆ ว่าอยู่ที่ประเทศจีน มาทำงาน ถ้ากลับไปจะไปหา ตอนนี้ที่ทำได้คือให้เวลาในช่วงออนไลน์กับเขา มีกิจกรรมที่ร่วมทำกับเขาได้ เขาเล่นเกมเราก็ต้องไปทำการบ้านว่าเกมนี้คืออะไร เราต้องรู้ เวลาคุยกับเขาจะได้คุยภาษาเดียวกันได้”

เรียกว่าเราสบายใจถึงจะอยู่ห่างกัน?
ไมค์ – “ใช่ ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย เพราะโลกเทคโนโลยีสมัยนี้มันเข้าถึงกันง่ายขึ้น”

ล่าสุดได้ออกรายการเรียลลิตี้ที่ประเทศจีน Call Me By Fire?
ไมค์ – “ครับ รายการ Call Me By Fire ซีซั่น 2 เป็นรายการที่เอาคนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วมาอยู่ด้วยกัน เป็นรายการแนววาไรตี้ที่กินนอนอยู่ในหอด้วยกันทั้ง 30 กว่าคน เหมือนไปโรงเรียน ก็จะมีการแข่งขันกัน มีการแบ่งทีม มีการขึ้นโชว์ และก็มีการ คัดออกด้วย”

เรียกว่าเป็นรายการใหญ่ที่เราได้ขึ้นโชว์เป็นครั้งแรกหรือเปล่า?
ไมค์ – “ตอนนี้เป็นรายการที่เป็นรายการท็อปๆ ของจีน เขาทำเวทีได้อลังการมาก เอาจริงๆ ไม่เคยขึ้นโชว์ที่เป็นเวทีใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต แล้วเวลาไมค์ขึ้นเวทีเราสามารถเลือกได้ว่าเราจะไปกี่โชว์ ทุกรอบไมค์เลือกเต็มอัตราตลอด มันจะเหนื่อยมาก แต่โดยส่วนตัวแล้วเราอยากสนุก เพราะว่ามันไม่ได้มีโอกาสแบบนี้บ่อยๆ เราคว้าโอกาสนี้เอาไว้”

เขาเห็นความสามารถในเรื่องเพลงของไมค์แล้วมีใครติดต่ออยากให้ไมค์ทำเพลงที่นั่นไหม?
ไมค์ – “ก็มีทางบริษัทติดต่อให้ทำเพลง แต่ตอนนี้ไมค์อยากจะโฟกัสตรงที่รายการนี้ก่อน ในอนาคตไม่แน่อาจจะมีการออกเพลง มันทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะกลับมาทำเพลงอีกครั้งหนึ่ง และบวกกับว่าตอนนี้มีเพื่อนเยอะด้วย ในรายการมีเกือบๆ 30 กว่าคน ก็เลยได้เพื่อนใหม่ๆ มาด้วย ไม่แน่อนาคตอาจจะมีทำเพลง จริงๆ เขาก็เคยเห็นไมค์ในพาร์ตการร้องเพลงอยู่แล้ว ไมค์ว่ามันไม่ใช่เรื่องของโชว์ มันเป็นเรื่องของพาร์ตเรียลลิตี้ด้วย มันต้องใช้ภาษาจีนค่อนข้างเยอะ ซึ่งภาษาจีนของไมค์ยังไม่ได้ดีมาก เพิ่งจะเรียนแบบจริงๆ จังๆ เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง”

เรียนภาษาเพื่อรายการนี้?
ไมค์ – “ใช่ครับ เพราะรายการนี้เป็นรายการเรียลลิตี้ มันไม่เหมือนรายการอื่น หรือละครที่มันมีสคริปต์ไว้คร่าวๆ อยู่แล้ว มันสามารถให้เรามีโอกาสได้เตรียมความพร้อมเตรียมคำศัพท์ แต่ว่ารายการนี้มันเป็นเรียลลิตี้จริงๆ และทุกคนต้องสนทนากันเอง ซึ่งมันก็ไม่มีหัวข้อมาก่อน หัวข้อที่อยู่ๆ ก็เพิ่งผุดขึ้นมาแล้วเราต้องใช้ศัพท์ค่อนข้างเยอะ ไมค์มีคำศัพท์ที่รู้น้อยมากๆ บางอันก็ต้องไปเรียนในรายการเลย คำนี้คืออะไรต้องถามเขาเลย ตอนนั้น ซึ่งเขาก็บอก จริงๆ ตอนที่มาจีนในรอบนี้ ไมค์ยังไม่ค่อยกล้าพูดกับคนเท่าไหร่ แต่พอได้เข้ามา ในรายการได้คุยไปเรื่อยๆ ทำให้ภาษาจีนเราสมูธขึ้น”

“จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่เพื่อที่เราจะมารายการนี้อย่างเดียว แต่การที่เราจะมาทำงานที่จีนเราควรจะเรียนรู้ภาษาเขา การสื่อสารสำหรับไมค์เป็นเรื่องสำคัญ แต่ก่อน ไม่สามารถสื่อสารได้เลย ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ แต่ตอนนี้พอเราสื่อสารได้มากขึ้นมันทำให้เราคุยกับเพื่อนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีคนกลางมานั่งแปลอีกทีนึง ทุกวันนี้ไมค์สามารถออกไปนั่งกินข้าวกับพวกเขาได้ ไปคุยหัวเราะมีส่วนร่วมในบทสนทนาของเขาได้ ก็ทำให้เรารู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว มันมีเพื่อนได้แล้ว เราสามารถจะเอาตัวรอดได้ประมาณหนึ่ง”

นอกจากรายการนี้แล้วยังมีงานอะไรอื่นๆ ที่จีนอีกไหม?
ไมค์ – “หลังจากนี้ก็จะมีงานทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ก็ทำงานทุกวันไม่มีวันพักเลย แต่ก็สนุกดี ผมชอบแบบนี้ครับ ยุ่งๆ อีกอย่างตอนนี้ก็พยายามลงหลักปักฐาน เพราะผมเพิ่งได้กลับมาที่ประเทศจีนด้วยครับ”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน